
อินโดนีเซีย
ในระยะไม่กี่ปีมานี้ ต้องยอมรับว่าอินโดนีเซียเป็นประเทศที่ได้รับการจับตามองจากนานาประเทศในฐานะผู้นำแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแท้จริง แม้กระทั่งการเยือนอาเซียนของ ชินโสะ อาเบะ ผู้นำญี่ปุ่น ในระหว่างวันที่ 16-19 ม.ค.นี้ อินโดนีเซียก็ได้รับการวางตัวเป็นจุดหมายที่สำคัญที่สุด ซึ่งอาเบะจะประกาศ “อาเบะ ดอคทรีน” หรือหลักการของญี่ปุ่นต่ออาเซียน ในผืนแผ่นดินอินโดนีเซียด้วย
ในระยะไม่กี่ปีมานี้ ต้องยอมรับว่าอินโดนีเซียเป็นประเทศที่ได้รับการจับตามองจากนานาประเทศในฐานะผู้นำแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแท้จริง แม้กระทั่งการเยือนอาเซียนของ ชินโสะ อาเบะ ผู้นำญี่ปุ่น ในระหว่างวันที่ 16-19 ม.ค.นี้ อินโดนีเซียก็ได้รับการวางตัวเป็นจุดหมายที่สำคัญที่สุด ซึ่งอาเบะจะประกาศ “อาเบะ ดอคทรีน” หรือหลักการของญี่ปุ่นต่ออาเซียน ในผืนแผ่นดินอินโดนีเซียด้วย
ความสำคัญของอินโดนีเซีย ประการแรกที่เราต้องไม่ลืมคือ อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีขนาดของเศรษฐกิจมวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของอาเซียน ซึ่งตามข้อมูลของธนาคารโลกระบุว่า ขนาดของจีดีพีของอินโดนีเซียคิดเป็นมูลค่าถึง 8.46 แสนล้านเหรียญสหรัฐครับ ส่วนไทยเป็นอันดับ 2 มีขนาดอยู่ที่ 3.45 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
ขนาดใหญ่ไม่พอ อินโดนีเซียยังมีประชากรมากที่สุดในอาเซียนมีประชากรถึง 240 ล้านคน ขณะที่ไทยมีอยู่ราวๆ 65 ล้านคน (ไม่นับรวมประชากรแฝง ประชากรต่างด้าว) ในจำนวนนี้อินโดนีเซียมีชนชั้นกลางมหาศาลมากถึง 35 ล้านคน กว่าๆ ครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดของประเทศไทย
มากขนาดไหน ก็ต้องบอกว่ามหาศาลครับ ชนชั้นกลาง คือพลังซื้อขนาดมหึมาที่กำลังดึงดูดนักลงทุนให้หลั่งไหลไปอินโดนีเซียมากขึ้น
อย่างญี่ปุ่นเอง คาดว่านโยบายการลงทุนของญี่ปุ่นในอินโดนีเซียเองก็จะเปลี่ยนไปจากการใช้อินโดนีเซียเป็นเพียงฐานผลิต แต่จะปรับเปลี่ยนไปเป็นผลิตเพื่อขายให้กับอินโดนีเซียด้วย
จากปริมาณชนชั้นกลางมหาศาลนี้เอง ยังคาดว่าทำให้ญี่ปุ่นกำลังส่งเสริมให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเข้ามาลงทุนมากขึ้น จากเดิมที่จะเป็นแต่บริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น
แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่สุด นอกเหนือจากความใหญ่โตของขนาดเศรษฐกิจ ปริมาณชนชั้นกลางมหาศาล ที่ทำให้อินโดนีเซียมีความน่าดึงดูดมากขนาดนี้แล้ว ก็ต้องบอกว่า ผู้นำอินโดนีเซียให้ความสำคัญอย่างจริงจังกับการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน
จากที่คนไทยเคยรู้กันดีว่า อินโดนีเซียเป็นประเทศที่โกงกินกันมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่นั่นคืออดีตครับ ในปัจจุบันอินโดนีเซียสะอาดขึ้นมาในระดับหนึ่ง แม้ว่าอาจจะยังไม่ดีกว่าเพื่อนบ้านก็ตาม แต่การเอาจริงเอาจังของผู้นำประเทศที่จะเดินหน้าแก้ปัญหานี้ย่อมสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้เป็นอย่างดี
นับตั้งแต่ประธานาธิบดี ซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำเมื่อปี 2004 ก็ประกาศใช้นโยบายกวาดล้างคอร์รัปชันในทันที และบังคับใช้กฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันอย่างจริงจัง มีการจับกุม ลงโทษ ขังคุกเจ้าหน้าที่รัฐระดับอาวุโสเป็นร้อยๆ คน ซึ่งยูโดโยโน บอกว่า ในวันนี้การแก้ปัญหาคอร์รัปชันก็ยังเป็นภาระหน้าที่สำคัญของรัฐบาลอยู่
อินโดนีเซียลุยเต็มที่แล้ว ส่วนพม่าก็บอกว่า ต้องเร่งสางปัญหาคอร์รัปชันเช่นกัน ส่วนผู้นำจีนคนใหม่อย่างสีจิ้นผิง ก็บอกว่างานสำคัญ คือ การลุยแก้ปัญหาคอร์รัปชันโดยเฉพาะในพรรคคอมมิวนิสต์
คนไทยอย่างผมเห็นแล้วก็ได้แต่ทำตาปริบๆ อิจฉาเพื่อนบ้านจริงๆ







