posttoday
เตือนใช้ครีมโอท็อปเสี่ยงหน้าพัง

เตือนใช้ครีมโอท็อปเสี่ยงหน้าพัง

17 มกราคม 2556

พบเครื่องสำอางสมุนไพรไทยต่ำกว่ามาตรฐาน 14% ส่วนใหญ่เป็นโอท็อป ใช้แล้วเสี่ยงหน้าพัง

พบเครื่องสำอางสมุนไพรไทยต่ำกว่ามาตรฐาน 14% ส่วนใหญ่เป็นโอท็อป ใช้แล้วเสี่ยงหน้าพัง

นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า สำนักเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้เก็บตัวอย่างเครื่องสำอางสมุนไพร 527 ตัวอย่าง พบว่าตกเกณฑ์มาตรฐานจำนวน 72 ตัวอย่าง หรือ 14% โดยมี 28 ตัวอย่างที่พบเชื้อแบคทีเรีย ยีสต์ รา และคลอสตริเดียม เกินมาตรฐาน 8,000-5 หมื่นเท่าตัว

นพ.ประดิษฐ กล่าวว่า เครื่องสำอางที่ตรวจเป็นผลิตภัณฑ์พื้นบ้านหรือสินค้าโอท็อป มีการนำสมุนไพรมาเป็นส่วนประกอบการผลิตครีมนวดผม สบู่ โลชั่น เช่น ว่านหางจระเข้ มะคำดีควาย เปลือกมังคุด มะขาม ขิง มะกรูด ชุมเห็ดเทศ ใบบัวบก หัวไช้เท้า ขมิ้นชัน ไพล แตงกวา ดอกอัญชัน

ขณะที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2553 กำหนดให้เครื่องสำอางสมุนไพร จะต้องไม่พบเชื้อคลอสตริเดียม เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบรุนแรง เป็นฝีหนอง และกำหนดปริมาณการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ 3 ชนิด คือ แบคทีเรีย ยีสต์ และรา ต้องอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยคือ ไม่เกิน 1,000 โคโลนีต่อกรัม

นางจุรีภรณ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาได้สุ่มเก็บตัวอย่างเครื่องสำอางประเภทครีมและโลชั่น ที่มีสรรพคุณทำให้ใบหน้าขาว รักษาสิว ฝ้า และกันแดด ที่ผู้หญิงนิยมใช้มากที่สุด จำนวน 427 ตัวอย่าง พบว่ายังมีสารต้องห้ามในเครื่องสำอาง 3 ชนิด จำนวน 162 ตัวอย่าง โดยพบสารปรอทแอมโมเนีย มากที่สุดถึง 38% หากใช้เป็นเวลานานจะเกิดการสะสม และดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิต ทำให้ตับและไตอักเสบ รองลงมาสารไฮโดรควิโนน ซึ่งทำให้ผิวหน้าดำเป็นฝ้าถาวรรักษาไม่หาย พบ 29% และกรดเรทิโนอิก 2% ซึ่งเป็นสารทำให้หน้าแดงแสบร้อนรุนแรง ระคายเคืองอักเสบ แพ้แสงแดดและไฟง่าย

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน