
ดีเอสไอพบปมรับเหมาช่วงสร้างโรงพักใหม่ล่าช้า
ดีเอสไอพบปมรับเหมาช่วงต่อทำก่อสร้างโรงพักใหม่ทดแทนล่าช้า แจ้งสตช.บอกเลิกประมูลงาน
ดีเอสไอพบปมรับเหมาช่วงต่อทำก่อสร้างโรงพักใหม่ทดแทนล่าช้า แจ้งสตช.บอกเลิกประมูลงาน
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงการตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ(ทดแทน) จำนวน 396 หลัง งบประมาณ 5,848 ล้านบาท โดยบริษัท พีซีซี ดีเวลลอปเม้น แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด เข้าดำเนินการก่อสร้างจำนวน 280 แห่ง และอีก 116 แห่ง ยังไม่มีการดำเนินงาน ทั้งนี้ยังไม่มีอาคารใดก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แต่บริษัทเบิกค่างวดไปแล้วกว่า 650 ล้านบาท รวมเป็นเงินที่รัฐบาลจ่ายให้กับผู้รับจ้างเป็นเงินกว่า 1,533 ล้านบาท ดีเอสไอได้ประสานข้อมูลกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) เกี่ยวกับการบริหารสัญญาโดยเฉพาะประเด็นการเร่งรัดสัญญา บอกเลิกสัญญา เนื่องจากบริษัท พีซีซีฯ ทำงานล่าช้ากว่ากำหนดและนำโครงการไปจ้างช่วง
ทั้งนี้ในวันที่ 21 ม.ค. นี้ ตนพร้อมด้วยนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่ตรวจสอบงานก่อสร้างของสภ.ดอนพุด จ.สระบุรีและสภ.โรงช้าง จ.พระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้คณะทำงานสืบสนลงพื้นที่ก่อสร้างทั้ง 9 ภาค เพื่อรวบรวมพยานหักฐานโดยเฉพาะสถานีตรวจที่มีการทุบอาคารทั้งหลังเพื่อก่อสร้างสถานีตำรวจแทนจนเป็นเหตุให้ตำรวจไม่มีที่ทำการต้องไปเสียค่าเช่าสถานที่ใช้เป็นสถานีตำรวจชั่วคราว
นายธาริต กล่าวต่อว่า เบื้องต้นดีเอสไอยังไม่พบการฮั้วประมูลแต่พบข้อเท็จจริงอาจเข้าข่ายกรณีที่สตช.สามารถบอกเลิกสัญญาได้เพราะมีการรับเหมาช่วงต่อในการก่อสร้างสถานีตำรวจหลายแห่ง ดังนั้น ดีเอสไอทำหนังสือแจ้งไปยังสตช.ในฐานะคู่สัญญาเพื่อให้ใช้ดุลยพินิจดำเนินการบริหารสัญญา โดยจะแจ้งข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบเพื่อประกอบการพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
ด้านนายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผอ.ศูนย์ปราบกรามการทุจริต ดีเอสไอ กล่าวว่า ดีเอสไอกำลังตรวจสอบ 2 ประเด็นหลักคือ กรณีดังกล่าวมีการฮั้วประมูลหรือไม่ และกรณีที่สถานีที่สร้างไม่เสร็จ เมื่อมีการขยายสัญญาถึง 3 ครั้ง โดยหลักการสตช.น่าจะมีมติบอกเลิกสัญญาได้ เพราะดีเอสไอเห็นแผนงานแล้วว่าสร้างเสร็จไม่ทันตามกำหนดแน่นอน อย่างไรก็ตาม ในข้อสัญญาได้ห้ามไม่ให้มีการจ้างช่วงต่อ แต่บริษัทคู่สัญญากลับมีการจ้างช่วงต่อ ดังนั้น สตช.สามารบอกเลิกสัญญาเพื่อประมูลงานใหม่ได้หรือไม่
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการประชุมหารือแก้ไขปัญหาการก่อสร้างสถานีตำรวจทั่วประเทศ ว่า ที่ประชุมยังไม่ได้มีมติใดๆ และยังไม่สามารถสรุปได้ โดยทางอัยการ ได้ให้คำแนะนำว่า หากจะยกเลิกสัญญา หรือทำการฟ้องร้องผู้รับเหมาต้องรอวันที่ 14 มีนาคม 2556 ซึ่งครบกำหนดสัญญา ซึ่งหากการก่อสร้างยังไม่เสร็จ ต้องพูดคุยกับคู่สัญญาก่อน พร้อมทั้งต้องดูเอกสารว่าเป็นไปตามเงื่อนไขหรือไม่ โดยให้มีการรายงานประจำทุกสัปดาห์ว่าได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง พร้อมทั้งได้มอบหมายให้ผู้บังคับบัญชา จัดสรรพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้อย่างเหมาะสมและเป็นระบบ







