posttoday
วิตกงบประมาณ '54ล่ม ฉุดเศรษฐกิจท้ายปีวูบ

วิตกงบประมาณ '54ล่ม ฉุดเศรษฐกิจท้ายปีวูบ

31 มีนาคม 2553

นายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า สนับสนุนแนวคิดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ตัดสินใจไม่ยุบสภาภายใน 15 วันตามข้อเรียกร้องของกลุ่มคนเสื้อแดง เนื่องจากรัฐบาลมีความจำเป็นต้องเร่งจัดทำพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 ให้แล้วเสร็จอย่างน้อยในช่วงเดือน มิ.ย. 2553 เพื่อให้ใช้ได้ทันวันที่ 1 ต.ค. 2553

ดังนั้น หากเกิดการยุบสภาในเวลานี้ จะส่งผลให้งบประมาณเสร็จไม่ทัน ทำให้เศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2554 (ต.ค.ธ.ค. 2553) ขาดการใช้จ่ายของภาครัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

“ความวุ่นวายยืดเยื้อไปจนถึงไตรมาสสุดท้ายของปี หรือเกิดการยุบสภานั้น อาจทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2553 ขยายตัวเพียง 2.7% ทั้งที่เศรษฐกิจน่าจะขยายตัวได้ 4.55%” นายสาธิต กล่าว

ขณะนี้ยอดนักท่องเที่ยวมีสัญญาณที่ลดลงหลังจากที่เริ่มมีการชุมนุมประท้วง โดยนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้าทางสนามบินสุวรรณภูมิลดลง 15% ทำให้รายได้หายไป 140 ล้านบาทต่อวัน

อย่างไรก็ตาม การไหลเข้าของเงินลงทุนอยู่ในระดับสูง ทั้งการลงทุนผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) หรือจะเป็นเงินทุนที่ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นของไทย

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ยืนยันว่า การยุบสภาภายใน 9 เดือน จะทำให้นโยบายเศรษฐกิจชัดเจน โดยเฉพาะงบประมาณ และหลังเลือกตั้งใหม่ไม่จำเป็นต้องรัฐบาลประชาธิปัตย์ จะเป็นรัฐบาลไหนก็ได้ แต่นโยบายที่รัฐบาลดำเนินการไปจะต้องมีความต่อเนื่อง

เช่นเดียวกับนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า เมื่อสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ ปี 2553 เศรษฐกิจไทยจะโตที่ 4.5% ขณะที่ภาคเอกชนเองได้ประมาณการว่าอาจจะสูงกว่านั้น ซึ่งหมายความว่ารายได้ของประชาชนทุกระดับจะต้องดีขึ้น เป็นเป้าหมายสูงสุดของรัฐบาล

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า เงื่อนเวลาในการยุบสภาคงไม่ใช่ประเด็นที่กระทบกับภาวะเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเศรษฐกิจไทยขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลกเป็นหลัก

โดยช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาตัวเลขเศรษฐกิจไทยออกมาดีเกินคาด เนื่องจากภาคการส่งออกดีมาก รวมทั้งภาคการท่องเที่ยวดีขึ้น จึงเชื่อว่าไตรมาส 1 และ 2 เศรษฐกิจไทยจะไปได้ดี ห่วงก็แต่ครึ่งปีหลังที่เศรษฐกิจโลกอาจแผ่วลง จากสัญญาณจากหลายประเทศ ทั้งสหรัฐ ญี่ปุ่น และจีน

“การยุบสภาน่าจะตัดสินใจบนพื้นฐานว่าจะช่วยบรรเทาความขัดแย้ง ความแตกต่างทางความคิดได้หรือไม่” นายเศรษฐพุฒิ กล่าว

ขณะที่นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การยุบสภาจะกระทบกับโครงการที่กำลังทำอยู่ ทั้งมาบตาพุด และไทยเข้มแข็ง เรื่องเงินงบประมาณก็ยังไม่ได้เข้าสภา การเบิกจ่ายงบประมาณถึงตอนนี้ก็ยังช้าอยู่ ซึ่งเม็ดเงินเหล่านี้สำคัญต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้จะ 10% ของจีดีพีแต่ก็เป็นเงินจำนวนมาก

“ถ้ารัฐบาลประคองสถานการณ์ที่อ่อนไหวได้ดี การชุมนุมประท้วงไม่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง เศรษฐกิจก็ไม่น่าจะออกมาเลวร้ายมาก” นายเชาว์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว