
ผบ.ทบ.ยิ้มแย้มเปิดงานวันเด็กกองทัพ
พล.อ.ประยุทธ์ ดีใจ เด็กเที่ยวงานวันเด็กกองทัพ ขอให้ร่วมส่งใจให้ทหารใต้-ชายแดน
พล.อ.ประยุทธ์ ดีใจ เด็กเที่ยวงานวันเด็กกองทัพ ขอให้ร่วมส่งใจให้ทหารใต้-ชายแดน
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 12 ม.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ได้มีการจัดกิจกรรมในวันเด็กแห่งชาติภายใต้แนวคิดการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เพื่อให้สอดคล้องกับคำขวัญวันเด็กประจำปี 2556 ที่ว่า “รักษาวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพิ่มพูนปัญญา นำพาไทยสู่อาเซียน โดยได้นำเฮลิคอปเตอร์ ฮท.60 หรือแบล็คฮอค ซึ่งเป็นเฮลิคอปเตอร์สำหรับลำเลียงขนส่งทั่วไปขนาดใหญ่ เฮลิคอปเตอร์แบบ ฮท.17 หรือเอ็มไอ17 เรือพลังงานลมแอร์โบ๊ท รถสายพานอเนกประสงค์ รถประปาสนาม เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การขี่ม้า การพรางบุคคลด้วยสีฝุ่น การยิงปืนเพ้นท์บอล การฝึกเป็นผู้ประกาศข่าวร่วมกับผู้ประกาศข่าวตัวจริงของสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 การแสดงของสุนัขทหาร การดำรงชีวิตในป่า การจับและสังเกตงูที่เป็นพิษ ชมพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติกองทัพบกนิทรรศการการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และการแสดงสิ่งประดิษฐ์ทางการแพทย์ของกองทัพบก
โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมด้วยพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองผบ.ทบ. พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เสนาธิการทหารบก และผู้บังคับบัญชาระดับของของกองทัพบกได้เดินทางมาร่วมงานและตรวจความเรียบร้อยกิจกรรมตามจุดต่างๆ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังได้ร่วมถ่ายรูปและแจกของที่ระลึกให้กับเด็กๆ อีกทั้งยังได้เป็นพิธีกรสัมภาษณ์เด็กที่มาร่วมงานในบูธของสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ด้วย โดยผบ.ทบ.ได้ถามเด็กๆว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ซึ่งมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งตอบว่าอยากเป็นนักธุรกิจกำจัดปลวก เพราะปลวกทำลายธรรมชาติ ด้านพล.อ.ประยุทธ์บอกว่าเป็นเรื่องดี และเราต้องช่วยกันกำจัดสิ่งที่ไม่ดี จากนั้นได้ขึ้นเวทีเป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ และจับสลากมอบของรางวัลให้กับเด็กๆ ซึ่งบรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความคึกคักและสนุกสนานมีผู้ปกครองนำเด็กๆและเยาวชนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ในขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยิ้มอย่างอารมณ์ดี
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเปิดงานว่า รู้สึกดีใจที่ได้พบเด็กๆ ซึ่งเป็นเวลาแห่งความสุขที่บันทึกในความทรงจำ และเป็นวันประวัติศาสตร์วันหนึ่งของทหารที่ได้อยู่ท่ามกลางเด็กๆ และ เยาวชนที่น่ารัก ในส่วนของตนที่ดูแลงานด้านความมั่นคง ก็อยากให้เด็กๆรักพ่อแม่ให้มาก ขอให้เชื่อฟังครู อาจารย์ และ ขอให้รักษากฎหมาย มีจิตสาธารณะ นึกถึงผู้อื่นก่อนตนเอง สังคมจึงจะปลอดภัยในวันข้างหน้าและขอให้ตั้งใจเรียนหนังสือ เพราะถ้าไม่เรียนหนังสือก็จะสู้เขาไม่ได้และวันหน้าก็จะลำบาก เพราะวันข้างหน้าต้องแข่งขันกันด้วยสติปัญญา ตนเชื่อว่าเด็กไทยไม่ได้ด้อยกว่าเด็กของประเทศอื่นๆ เพราะมีความรู้ความสามารถ ซึ่งต้องช่วยกันส่งเสริม ที่สำคัญจะต้องฝึกความอดทน สอนการเรียนรู้ในการอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความสามัคคี ซึ่งทหารก็ได้ดำเนินการสนับสนุนเรื่องนี้อยู่แล้ว
“ผมรู้สึกดีใจที่เด็กให้ความสนใจในอาชีพทหาร แสดงว่าลุงก็ยังใช้ได้อยู่ ยังไม่มีใครเกลียดทหารและผมคิดว่าไม่มีใครเกลียดทหาร เพราะทุกภารกิจของทหารทำเพื่อประชาชนตามคำขวัญของกองทัพบกที่ระบุว่า เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์และประชาชน นอกจากนั้น ทหารยังมีบทบาทของความเป็นประชาชนคือการไปเลือกตั้งและแสดงให้เห็นถึงความเป็นประชาธิปไตย ไม่ไปรบกวนเบียดเบียนผู้อื่น ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนช่วยกันส่งใจไปให้ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และชายแดนทุกด้าน ขณะนี้คนสนใจทั้งเรื่องภาคใต้และเรื่องเขาพระวิหารยืนยันว่ากองทัพบกไม่เคยทอดทิ้งใครทั้งสิ้น แต่เราต้องมีวิธีการดำเนินการและกระบวนการที่จะดูแลแต่ละปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดีภายใต้ความสงบสุขด้วยกัน ถึงอย่างไรเราต้องรักษาแผ่นดินไทยไว้อยู่แล้ว ไม่ต้องกังวล ทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ อะไรทีผมพูดไม่เพราะ หน้าตาไม่รับแขกในบางวัน เนื่องจากไม่สบายและปวดหัว ต้องขออภัยด้วย อะไรที่ไม่ดี อย่าเอาเป็นตัวอย่าง ต้องสอนลูกหลานเราในสิ่งที่ดี อะไรที่ไม่ดีก็บอกว่าอย่าทำ เช่นอย่างที่ลุงใจร้อน โมโหเร็ว แต่ก็ใจดีกับทุกคนที่ดีด้วย และที่ไม่ดีก็ต้องดีด้วยเช่นเดียวกัน 5 ทหารเสือของกองทัพบกไม่มีใครน่ากลัว ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้ร้องเพลง “เพื่อผืนดินไทย” ร่วมกับพล.อ.ดาว์พงษ์ พล.อ.ศิริชัย พล.อ.อุดมเดช และผู้บังคับบัญชาระดับของของกองทัพบก ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอมอบเพลงนี้ให้กับทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามแนวชายแดนในวันที่ไม่สามารถพาลูกหลานมาเที่ยวงานวันเด็กได้ และอยากขอให้ประชาชนทุกคนสวดมนต์ร่วมกันให้ทหารปลอดภัย
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า แนวคิดในการจัดงานวันเด็กของกองทัพบกปีนี้ ไม่ได้ต้องการให้เด็กมาสนุกแค่ขึ้นรถถัง เครื่องบิน ยิงปืนเท่านั้น แต่สอนให้เด็กรู้จักเรียนรู้ ที่สำคัญอยากฝากให้เด็กรักพ่อแม่ เชื่อฟังครูอาจารย์ ให้ความเคารพผู้ใหญ่ ถ้าทุกคนมีวินัยและจิตสาธารณะ มีคุณธรรม มีเมตตา และ กรุณา ทั้งนี้ เด็กไทยต้องเตรียมการสู่อนาคต อย่ามองแค่ปัญหาวันนี้แล้วนำไปพัวพันกันไปมา ต้องทำอย่างไรให้วันนี้เป็นประวัติศาสตร์ที่ดีในวันหน้า บางอย่างแก้ไขอะไรไม่ได้ก็เป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว แต่สิ่งไหนแก้ได้ก็ต้องทำด้วยกระบวนการที่ถูกต้อง ถ้าสอนเช่นนี้ เด็กก็จะเรียนรู้การแก้ไขปัญหาอย่างมีเหตุผล ที่สำคัญทุกคนต้องอดทนมากขึ้น เพราะโลกกว้างไกลมากขึ้น กฎหมายที่เคยเข้มงวดก็ระดับลง เพื่อให้ทรัพยากรในโลกเคลื่อนย้ายกันไปมาได้ ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันกัน ส่งผลให้มีคนได้เปรียบ เพราะฉะนั้น ความรู้เป็นสิ่งสำคัญถ้าไม่รู้จักพัฒนาตนเองก็ไม่มีค่า ขณะที่ตนก็ยังต้องพัฒนาตนเองให้มีความรู้มากขึ้นเพื่อจะได้ตอบคำถามสื่อได้







