
ทัพญี่ปุ่นบุกอาเซียน ถกไทยทะลวงทวาย
ช่วงนี้อาเซียนกำลังเนื้อหอม ประเทศยักษ์ใหญ่ของเศรษฐกิจโลกทั้งสหรัฐอเมริกาและจีนเดินสายเข้าหาคึกคัก
ช่วงนี้อาเซียนกำลังเนื้อหอม ประเทศยักษ์ใหญ่ของเศรษฐกิจโลกทั้งสหรัฐอเมริกาและจีนเดินสายเข้าหาคึกคัก
หนึ่งในชาติสมาชิกอาเซียนที่ถูกเลือกในการเยือนก็ต้องมีชื่อประเทศไทยติดโผในลำดับต้นๆ ทุกครั้ง
ล่าสุด ถึงคิวผู้นำญี่ปุ่น ชินโสะอาเบะ นายกรัฐมนตรี พร้อมภริยา และคณะอีกกว่า 50 คน กำหนดเดินทางเยือนไทยในฐานะแขกของรัฐบาลระหว่างวันที่ 17-18 ม.ค. 2556 ซึ่งเป็นการเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 11 ปีเลยทีเดียว
การเยือนครั้งนี้ มนัสวี ศรีโสดาพล อธิบดีกรมสารนิเทศ เปิดเผยว่า นายกฯ ญี่ปุ่น จะหารือกับยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ไทย ในหลายประเด็นครอบคลุมความร่วมมือทั้งด้านทวิภาคี พหุภาคี และความร่วมมือในภูมิภาค ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทยญี่ปุ่น
ขณะที่ ดำรง ใคร่ครวญ อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก เน้นย้ำว่า การเยือนไทยในครั้งนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก เพราะเท่ากับว่าญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับอาเซียนและไทย โดยในวันที่ 16-17 ม.ค. จะเดินทางไปเวียดนาม วันที่ 17-18 ม.ค. มาไทย ปิดท้ายด้วยวันที่ 18-19 ม.ค. ไปอินโดนีเซีย เพื่อฉลองครบรอบความสัมพันธ์เป็นปีที่ 40 ผ่านความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น ที่กรุงจาการ์ตา
“ในระหว่างที่เยือนไทยจะมีการยกโครงการลงทุนในทวายมาหารือร่วมกันด้วย เนื่องจากถึงเวลาที่ไทยและญี่ปุ่นจำเป็นต้องมีความร่วมมือกัน เพื่อพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทวาย เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยได้หารือกันในระดับผู้นำเกี่ยวกับประเด็นทวายมาก่อน ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรก” ดำรง กล่าว
นอกจากนี้ จะได้หารือความร่วมมือพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เนื่องจากนักลงทุนญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนในไทยจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานในระดับแรงงานฝีมือและแรงงานกึ่งฝีมือ ทั้งสองประเทศจึงน่าจะช่วยกันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งไทยต้องการให้เกิดความร่วมมือในภาพใหญ่ ร่วมทำงานกับญี่ปุ่นเพื่อดูว่าอุตสาหกรรมสาขาไหนบ้างที่ขาดแคลนแรงงาน จะได้แก้ปัญหาให้ตรงจุด รวมทั้งผลักดันให้ญี่ปุ่นถ่ายทอดเทคโนโลยีให้
ด้าน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณูปโภค ขนส่ง ประเด็นต่างๆ ขึ้นอยู่กับทางญี่ปุ่นว่า ต้องการเร่งรัดการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าโครงการใดบ้าง และจะมีการรายงานเกี่ยวกับแผนงานการดำเนินการก่อสร้างโครงการท่าเรือน้ำลึก และการพัฒนาโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายด้วย
อย่างไรก็ดี คาดว่าโครงการทวายจะมีความชัดเจนสามารถเห็นภาพได้ชัด ในเดือน ก.พ. และภายในเดือนเม.ย. จะสามารถเชิญชวนนักลงทุนให้มาลงทุนโครงการดังกล่าวได้
“เรื่องการเร่งรัดโครงการต่างๆ คาดว่าทางนายกฯ ญี่ปุ่นคงมาเร่งรัดเรามากกว่า เพราะเงินกู้ที่ให้มาสร้างรถไฟฟ้าบางสายยังไม่สามารถดำเนินการได้ ส่วนเรื่องอื่นๆ คงไม่มีอะไรมากให้น่าเป็นห่วง ฝั่งของกระทรวงคมนาคมจึงไม่ต้องเตรียมการใดๆ เป็นพิเศษ” ชัชชาติ กล่าว
สำหรับกรอบการเจรจาด้านการค้า การลงทุน พิรมล เจริญเผ่า อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ฝ่ายไทยจะหารือเรื่องขยายกรอบความร่วมมือสองฝ่ายภายใน 5 ปี แต่การกำหนดเป้าหมายเป็นเท่าไร ต้องรอให้ยิ่งลักษณ์เห็นชอบก่อน รวมทั้งจะหารือเพิ่มเติมเรื่องการขยายความร่วมมือกรอบความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทยญี่ปุ่น (เจเทปา) กรอบความร่วมมือจัดทำกรอบเจรจาหุ้นส่วนทางภูมิภาคระหว่างอาเซียนกับอีก 6 ประเทศ (RCEP) เพราะเป็นกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่เป็นประโยชน์กับไทยและญี่ปุ่นมาก
“การมาเยือนของนายกฯ ญี่ปุ่นครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญต่ออาเซียน และไทยเป็น 1 ใน 3 ประเทศแรก ที่นายกฯ ญี่ปุ่นคนใหม่เดินทางมาเยือน” พิรมล กล่าว







