
เช็คความพร้อมแท็บเล็ตเฟส 2
ในอีกไม่นาน การจัดซื้อแท็บเล็ตตามโครงการคอมพิวเตอร์พกพาต่อ 1 นักเรียน
โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน
ในอีกไม่นาน การจัดซื้อแท็บเล็ตตามโครงการคอมพิวเตอร์พกพาต่อ 1 นักเรียน ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีออกชัน ผ่านการจัดทำสัญญาออกเป็น 10 สัญญาใน 5 โซนตามภูมิภาค แบ่งตามภาค ภาคเหนือ กลาง อีสานเหนือ อีสานใต้ และภาคใต้ แต่ละโซนจะแบ่งสัญญาออกเป็นชั้น ป.1 และม.1 เฉลี่ย 1.5 แสนเครื่องต่อ 1 สัญญา ซึ่งกำหนดให้ผู้เข้าประมูลสามารถชนะการประมูลได้ไม่เกิน 2 สัญญาต่อ 1 โซน เหตุผลการแบ่งโซนดังกล่าวถูกระบุว่า เป็นการกระจายให้ผู้ผลิตรายอื่นๆ และดูแลควบคุมคุณภาพการบริการหลังการขายแท็บเล็ตได้ทั่วถึง
ขณะที่การจัดซื้อครั้งนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนต่างๆ สิ่งที่ต้องสร้างความชัดเจนให้สาธารณชนรับทราบ คือ การซื้อที่จำนวนซื้อต่อสัญญาที่น้อยลง จากที่เคยจัดซื้อถึง 8.6 แสนเครื่อง ที่เปลี่ยนไปเป็นซื้อไม่เกิน 2 สัญญาต่อ 1 โซน หรือประมาณ 3 แสนเครื่อง จะกำหนดเงื่อนไขให้จัดซื้อได้ราคาที่ถูกลงได้หรือไม่อย่างไร โดยในกรณีนี้คาดว่าเพื่อแก้เกี้ยวในประเด็นราคานั้น หน่วยงานจัดซื้อไม่สามารถเลี่ยงที่จะต้องซื้อแท็บเล็ตที่มีสเปกสูงขึ้น เพื่อรองรับเหตุผลด้านราคาที่จะถูกตั้งคำถามตามมา
แต่เหตุผลดังกล่าวนั้นเอง จะกลายเป็นประเด็นปัญหาที่ย้อนกลับไปสู่สิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ประสบอยู่อย่างเสียไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อเครื่องมือนี้ยังไม่สามารถขยับไปใช้ในการเรียนการสอนได้อย่างจริงจังเป็นรูปธรรม หรือถูกกำหนดบทบาทให้ชัดเจนว่าจะเข้ามาทำหน้าที่ปฏิรูปการศึกษาตามที่นโยบายที่รัฐบาลระบุไว้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง
เพราะจนถึงขณะนี้ ศธ. ซึ่งต้องเป็นเจ้าภาพกำหนดยุทธศาสตร์การเรียนด้วยแท็บเล็ต ก็ขับเคลื่อนแนวทางที่มีอยู่ โดยที่ยังไม่สามารถส่งสัญญาณที่ชัดเจน หรือมีหลักประกันว่าจะใช้แท็บเล็ตในการเรียนการสอนได้อย่างเต็มประสิทธิ ภาพยิ่งกว่าเป็นเพียงอุปกรณ์เสริมหลักสูตรอย่างไร
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาหลังจากดำเนินการจัดการเรียนรู้โดยใช้แท็บเล็ตให้นักเรียน ป.1 มาได้ระยะหนึ่งแล้ว สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีคำสั่งให้ศูนย์พัฒนาการนิเทศและเร่งรัดคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ศนฐ.) ติดตามผลการใช้แท็บเล็ตในการเรียนรู้ของเด็ก ป.1 ว่า พบข้อดี ข้อเสียใดบ้าง โดยเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือน ก.ค.-ส.ค. 2555 ที่ผ่านมา และนำเสนอผลการใช้ภายในเดือน ม.ค.นี้
สพฐ.ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลนักเรียนวัยเรียนรู้ระดับพื้นฐาน ทราบดีว่าสถานการณ์การศึกษายังมีปัญหาอื่นๆ รุมเร้ามากมาย แผนปฏิรูปการศึกษาต้องขับเคลื่อนไปทุกองคาพยพของโครงสร้างการศึกษา โดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงการดำเนินการที่ต่อเนื่องเป็นแผนระยะยาว จึงจะเห็นผลสัมฤทธิ์
สิ่งที่มอบหมายให้ ศนฐ.ดำเนินการ และการจัดประกวดสร้างสื่อการเรียนรู้ สู่แท็บเล็ต ที่เปิดช่องให้ผู้สมัครและส่งแอพพลิเคชันการศึกษาผ่านทางเว็บไซต์ของ สพฐ. ไปจนถึงวันที่ 20 มี.ค.นี้
ทั้งสองกรณีอาจจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนขยับเคลื่อนนโยบายนี้ แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะถูกตั้งคำถามย้อนกลับไปว่าเป็นการดำเนินการที่เป็นไปอย่างล่าช้าหรือไม่
แท็บเล็ต 8.6 แสนเครื่อง ที่กำลังอยู่ในมือเด็ก ป.1 ทั่วประเทศ มีอายุการใช้งานอีกไม่เกิน 3 ปี เพราะหมดระยะประกัน กลายเป็นเทคโนโลยีตกรุ่น
ขณะเดียวกัน การจัดซื้อรอบใหม่ได้เพิ่มของ ม.1 ซึ่งเป็นเด็กอีกช่วงวัยหนึ่ง มีพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนขึ้น เสียงเรียกร้องที่ตามมา ซึ่งนอกเหนือจากความคืบหน้าในการจัดซื้อ ย่อมหนีไม่พ้นคำถามว่า ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนรับมือไว้รอบด้านหรือยัง







