
ตากอ่วมค่าแรงพุ่งต้นทุนเพิ่มคาดปิดกิจการเพิ่ม
ประธานสภาอุตฯจังหวัดตาก เผยเจอปรับค่าแรง 2 ครั้งเพิ่ม 80% ดันต้นทุนผู้ประกอบการพุ่งพรวด คาด2-3เดือนมีเอกชนปิดตัวเพิ่มแน่นอน
ประธานสภาอุตฯจังหวัดตาก เผยเจอปรับค่าแรง 2 ครั้งเพิ่ม 80% ดันต้นทุนผู้ประกอบการพุ่งพรวด คาด2-3เดือนมีเอกชนปิดตัวเพิ่มแน่นอน
เมื่อวันที่ 5 ม.ค. นายชัยวัฒน์ วิทิตธรรมวงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตาก กล่าวว่า ตั้งแต่มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำรอบแรกเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2555 จากวันละ 163 บาท เป็น 226 บาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 40% มีสถานประกอบการและโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างรอบแรกในช่วง 8 เดือนตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. - 31 ธ.ค. 2555 ต้องปิดกิจการไปถึง 8 แห่ง มีลูกจ้างตกงานทั้งหมดราว 1,343 คน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท โดยโรงงานสุดท้ายปิดกิจการไปเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. ก่อนที่จะมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำรอบที่ 2 เป็นวันละ 300 บาท โรงงานส่วนใหญ่ที่ปิดกิจการไป มีทั้งโรงงานผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป อิเล็กทรอนิกส์ และหินแกรนิต ฯลฯ
การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำรอบที่ 2 เป็นวันละ 300 บาทที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2556 ที่ผ่านมา เป็นการปรับขึ้นมาอีก 40% รวมสองครั้งจังหวัดตากมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมากกว่า 80% นับเป็นการปรับเพิ่มในสัดส่วนที่มากจนเป็นภาระหนักกับผู้ประกอบการ หลายรายพยายามปรับตัวและทำทุกวิถีทางเพื่อประคองตัวให้อยู่รอด และรอความหวังว่ารัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมชัดเจนจับต้องได้มากว่ามาตรการที่ออกมาก่อนหน้านี้
"เชื่อว่านับจากนี้อีก 2 - 3 เดือนจะเห็นภาพสถานประกอบการและโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดตากทยอยปิดกิจการเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เพราะไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนค่าจ้างขั้นต่ำที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 80% ได้ เพราะอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กว่า 90% เป็นเอสเอ็มอี รวมทั้งกว่า 90% เป็นกิจการประเภทรับจ้างผลิตไม่มีออเดอร์เป็นของตัวเองจึงมีการใช้แรงงานเข้มข้นมากกว่าอุตสาหกรรมประเภทอื่น"นายชัยวัฒน์กล่าว
สำหรับอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดใหญ่มีเพียงส่วนน้อยที่พอปรับตัวได้ แนวทางปรับตัวส่วนใหญ่ คือ ย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้านที่มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำถูกกว่าประเทศไทย เช่น พม่า และกัมพูชา แต่การย้ายฐานไปพม่ายังมีน้อยเพราะความไม่พร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน







