
แตกต่างอย่างมิตร
โอวาทของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่ให้ไว้กับคณะของ รมว.กลาโหมและผู้นำเหล่าทัพ
โอวาทของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่ให้ไว้กับคณะของ รมว.กลาโหมและผู้นำเหล่าทัพ
เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา เปรียบเหมือนพรปีใหม่ ที่ประธานองคมนตรีมอบให้กับคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะเรื่องความรัก ความสามัคคีของคนในชาติ พล.อ.เปรม ได้ให้ภาพที่ชัดเจนว่า ความแตกแยก แบ่งฝัก แบ่งฝ่ายที่เกิดขึ้นในสังคมไทยขณะนี้ หากมองให้ลึกลงไปจะเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความแตกแยก แต่เป็นความเชื่อหรือความคิดเห็นที่แตกต่างกันเท่านั้น ซึ่งหากทุกฝ่ายได้ตระหนักและเข้าใจปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น สังคมไทยก็จะสามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ที่ดำรงอยู่ในขณะนี้ได้
ทั้งนี้ กลุ่มบุคคลที่จะมีส่วนสำคัญในการนำสังคมก้าวข้ามความขัดแย้งทางความคิดที่เกิดขึ้นในสังคมได้ดีที่สุดก็คือ นักการเมือง เพราะความเชื่อหรือความคิดเห็นต่างที่เกิดขึ้นในสังคมไทยจนบานปลายกลายเป็นการแบ่งขั้วเลือกข้างอยู่ในขณะนี้ ล้วนเกิดจากการนำประเด็นเรื่องความคิดเห็นที่แตกต่าง ซึ่งไม่ใช่ความแตกแยกไปขยายผล เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายตัวเอง จนเกิดกลุ่มสีเสื้อต่างๆ โดยปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคม ต้องการเพียงแค่ทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น แล้วก็พยายามยัดเยียดให้สังคมเข้าใจว่า คนที่เห็นต่างหรือคิดต่างเป็นคนผิดหรือเป็นคนไม่ดี ซึ่งการสร้างความเข้าใจที่ผิดๆ นี้ เป็นอุปสรรคสำคัญในการสร้างความรักความสามัคคีให้กับคนในชาติ
พล.อ.เปรม ได้ย้ำว่า หากทุกฝ่ายมุ่งคำนึงถึงความเป็นชาติเป็นสำคัญ เรื่องของความคิดเห็นที่แตกต่างก็สามารถเป็นมิตรกันได้ เพราะถ้าคนไทยทุกคนเห็นแก่ส่วนรวมเหมือนกัน ถึงแม้จะอยู่บนความแตกต่าง ก็เป็นความแตกต่างที่เป็นมิตรกันได้ ซึ่งโอวาทของ พล.อ.เปรม เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เปรียบเสมือนเป็นทางออกที่ดีให้กับสังคมไทย ได้หลุดพ้นจากวังวนของความขัดแย้งทางการเมืองจนลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งที่ฝังลึกอยู่ในสังคมปัจจุบัน จนกลายเป็นตัวถ่วงความเจริญของชาติและเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศ
ดังนั้น ในปี 2556 ที่จะถึงนี้ ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ทหาร ตำรวจ หรือประชาชน จะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นใหญ่ ยอมรับความคิดเห็น หรือความเชื่อที่แตกต่าง ซึ่งเป็นความสวยงามในระบบประชาธิปไตย รวมทั้งร่วมกันปลุกจิตสำนึกให้สังคมไทยได้เข้าใจถึงความสูญเสียที่เกิดจากความแตกแยกที่ดำรงอยู่ในสังคมแล้วหันหน้าเข้าหากัน ยอมรับฟังซึ่งกันและกัน สังคมก็จะสามารถพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด ในช่วงเวลาสั้นๆ อย่างแน่นอน







