
ศาลยกฟ้องตู่หมิ่นมาร์คสั่งฆ่าประชาชน
ศาลอาญายกฟ้องคดีจตุพรหมิ่นอภิสิทธิ์สั่งฆ่าประชาชน ชี้เป็นการโต้ตอบทางการเมืองตามวิถีประชาธิปไตย
ศาลอาญายกฟ้องคดีจตุพรหมิ่นอภิสิทธิ์สั่งฆ่าประชาชน ชี้เป็นการโต้ตอบทางการเมืองตามวิถีประชาธิปไตย
ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษา ในคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีต ส.ส. สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328,332
ตามฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.52 บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ค.52 จำเลยได้ปราศรัยใส่ความรัฐบาลนายอภิสิทธ์ (ขณะนั้น) ทำนองว่า เป็นรัฐบาลภายใต้ทรราชฟันน้ำนม กล่าวหาว่า โจทก์เป็นคนสั่งทหารให้ไปยิงประชาชน เป็นฆาตกรมือเปื้อนเลือดฆ่าประชาชน ใส่ร้ายประชาชนกลุ่มคนเสื้อแดง โจทก์จะต้องถูกประหารชีวิต ข้อหาฆ่าคนตาย และข้อความอื่น ๆ ซึ่งล้วนเป็นเท็จ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างมาก ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง จากประชาชนที่ได้ยินได้ฟังการปราศรัยของจำเลย เหตุเกิดที่วัดไผ่เขียว แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.
คดีนี้หลังจากศาลไต่สวนมูลฟ้องโจทก์แล้วเห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่สองฝ่ายนำสืบหักล้างกันแล้ว เห็นว่า โจทก์ -จำเลย เป็นนักการเมืองคนละพรรค ทางนำสืบรับฟังได้ว่าทั้ง 2 พรรค ต่างเคยเป็นพรรคการเมืองใหญ่ และเมื่อจะมีการจัดตั้งรัฐบาลเป็นปกติวิสัย ที่ต่างฝ่ายต้องปราศรัย แถลงข่าว วิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายตรงข้าม อันเป็นการโต้ตอบทางการเมืองตามวิถีทางการเมืองระบอบประชาธิปไตย ซึ่งต้องย่อมมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง
คดีจึงยังไม่พอฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดฐานหมิ่นประมาท พิพากษายกฟ้อง
ด้านนายไพบูลย์ โพธิ์น้อย ทนายความ กล่าวว่า จะยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดีอย่างแน่นอน โดยคดีที่นายอภิสิทธิ์ ยื่นฟ้องนายจตุพร มีทั้งสิ้น 4 สำนวน ซึ่งศาลมีคำพิพากษาแล้ว 2 สำนวน คงเหลืออีก 1 สำนวนที่ยังรอฟังคำพิพากษา







