
ทิ้งทวนศก.โลก
เหลืออีก 7 วัน โลกก็จะเข้าสู่ปี 2013 ส่วนปีที่ผ่านมา สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกต้องบอกว่ากระท่อนกระแท่นมาตลอด
เหลืออีก 7 วัน โลกก็จะเข้าสู่ปี 2013 ส่วนปีที่ผ่านมา สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกต้องบอกว่ากระท่อนกระแท่นมาตลอด
เริ่มต้นที่เขตเศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลก อย่างสหรัฐ ปีที่ผ่านมาความเคลื่อนไหวสำคัญๆ ของสหรัฐอยู่ที่การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐ ที่สำคัญที่สุดคือการออกมาตรการคิวอี 3 ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะเข้าซื้อพันธบัตรในปริมาณ 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน โดยไม่จำกัดอายุเวลาหลังจากที่สภาพเศรษฐกิจสหรัฐยังคงอยู่ในสภาพลุ่มๆ ดอนๆ ครับ
ส่วนสถานการณ์การว่างงานของสหรัฐจากที่เคยตกงานว่างงานกันเกือบจะ 10% ตอนนี้ลดลงมาอยู่ที่ราวๆ 7.7% ซึ่งเป็นเพราะว่าคนอเมริกันออกจากระบบการทำงานไปเลยก็เยอะ อีกทั้งงานที่สร้างเพิ่มขึ้นมาในระบบนั้น ก็เป็นงานชั่วคราว ไม่ใช่งานประจำเป็นส่วนใหญ่
สหรัฐยังจะต้องเจอกับความเสี่ยงของปัญหาหน้าผาการคลัง หรือ ฟิสคัล คลิฟ ในปลายปีนี้ ซึ่งถ้าหากสภา คองเกรสไม่สามารถตกลงกันได้ในการเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาล จะทำให้รัฐบาลสหรัฐต้องตัดรายจ่ายลงโดยอัตโนมัติ และต้องขึ้นภาษีเรียกเก็บจากคนอเมริกันอีกมหาศาล ว่ากันว่าจะมีเงินหายจากระบบเศรษฐกิจสหรัฐไปถึง 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และอาจจะทำให้สหรัฐกลับเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้งหนึ่งทีเดียว
มากันที่ยุโรป ตลอดปีที่ผ่านมาปัญหาวิกฤตหนี้ของกลุ่มยูโรโซนคือปัญหาความเสี่ยงอันดับ 1 ต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเดิมๆ อย่างกรีซ ที่โลกต้องคอยนั่งลุ้นกันมาโดยตลอด
ทว่าก็มีสัญญาณในทางบวกมากขึ้น เมื่อเริ่มเห็นว่ายุโรปเริ่มที่จะมีท่าทีอ่อนลง ยอมให้กรีซขยายเวลาการปฏิรูปเศรษฐกิจออกไปอีก 2 ปี และเมื่อวานนี้สหภาพยุโรปก็ตกลงที่จะให้สเปนและฝรั่งเศสขยายเวลาที่จะลดปัญหาการขาดดุลงบประมาณให้กลับลงมาอยู่ที่ไม่เกิน 3% ตามเพดานของยุโรป
ถือเป็นสัญญาณดีจากยุโรปที่เริ่มใจเย็นมากขึ้นกับการแก้ปัญหานี้ครับ
ส่วนที่จีน ปีที่ผ่านมาคือปีที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัว ทำให้จีนต้องออกมาตรการกระตุ้นแบบเบาๆ ออกมา และในเดือน มี.ค.ปีหน้า ผู้นำใหม่ของจีนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง คือว่าที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง และว่าที่นายกรัฐมนตรีหลี่เก้อเชียง ซึ่งคาดว่าจีนจะออกมาตรการกระตุ้นมาอีกระลอกหนึ่ง
สุดท้ายที่ญี่ปุ่นเพิ่งจะเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่กันอีก โดยว่าที่นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ เริ่มต้นด้วยการกดดันธนาคารกลางญี่ปุ่นอย่างเต็มที่ให้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้มากกว่านี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจครั้งสำคัญทีเดียว
ในปีหน้าโลกน่าจะเห็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของทั้งญี่ปุ่น จีน และยุโรปดีขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ตามความเสี่ยงสูงสุดในวันนี้กลับอยู่ที่ปัญหาฟิสคัล คลิฟ ในสหรัฐ ที่ต้องรอลุ้นกันในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ว่า สหรัฐจะตกหน้าผาการคลังหรือไม่ และโลกต้องเจอผลกระทบเพียงใด







