
รัฐหวั่นประชามติไม่ถึงฝั่ง
‘วราเทพ’รับเร่งไปอาจสับสนยอมถอยขอเวลากล่อมปชช.
‘วราเทพ’รับเร่งไปอาจสับสนยอมถอยขอเวลากล่อมปชช.
“วราเทพ” แจง ชะลอลงประชามติเพื่อความรอบคอบ ป้องกันความวุ่นวาย
นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สาเหตุที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชะลอการประกาศให้ทำประชามติออกไปก่อน เนื่องจาก ครม.ต้องการให้ประชาชนที่มีสิทธิออกเสียงได้ทราบถึงเรื่องที่จะให้ไปใช้สิทธิ นอกจากนี้อยากจะให้แต่ละหน่วยงานกระทรวงต่างๆ ที่จะทำประชามติมีความพร้อม เพราะถ้าเริ่มนับหนึ่งจะมีเวลาดำเนินการภายใน 120 วัน
“เราคิดในแง่ที่ว่าหากรีบร้อนดำเนินการไปโดยยังไม่รอบคอบและไม่พร้อมจะสร้างความสับสน และจะทำให้การทำประชามติไม่ราบรื่น เพราะอาจมีการแก้ไขและถกเถียงกันอีกวุ่นวาย” นายวราเทพ กล่าว
สำหรับการตั้งคณะทำงานเตรียมการเรื่องประชามติที่ตั้งขึ้นเพื่อให้ทุกอย่างมีความพร้อมในเรื่องขั้นตอนตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิลงประชามติมากตามเกณฑ์ที่กำหนด เพราะวันนี้ความตื่นตัวประชาชนมีสูง
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตั้งแต่ปีใหม่ 2556 จะมียอดเพิ่มอีก 9 แสนคน รวมแล้วจะมี 49 ล้านคนทั่วประเทศ ดังนั้นถ้าจะผ่านด่านแรกของประชามติต้องให้ได้ 25 ล้านเสียง ซึ่งเป็นเรื่องยาก อย่ามาเพ้อฝันกัน
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญควรแก้รายมาตรา เพราะจะไม่เกิดแรงเสียดทาน และรัฐบาลก็ไม่เสียหน้าอะไร เพราะสุดท้ายก็แก้เหมือนกัน
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน กล่าวว่า ฝ่ายค้านจับตา 2 ประเด็น คือ 1.การทำประชามติครั้งนี้จะออกมาในรูปแบบใด จะมีการทำประชามติที่แปลงโฉมจากการขอมติหาข้อยุติไปเป็นเรื่องการขอคำปรึกษาแทนหรือไม่ เพราะหากมีการทำประชามติเพื่อหาข้อยุติจะต้องมีผู้ออกมาใช้สิทธิไม่น้อยกว่าครึ่งของผู้มาใช้สิทธิประเทศ ซึ่งใช้คะแนนเสียงมากกว่าแค่การให้คำปรึกษา 2.จะมีความพยายามแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำประชามติเพื่อลดคะแนนเสียงหรือไม่
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เช่น มาตรา 237 เรื่องโทษการยุบพรรคที่ควรตัดทิ้ง แต่ให้เป็นความผิดส่วนบุคคลแทน หรือมาตรา 190 การลงนามสนธิสัญญากับต่างประเทศโดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา







