posttoday
เฉลิมฟันธงประชามติรธน.ผ่านยาก

เฉลิมฟันธงประชามติรธน.ผ่านยาก

19 ธันวาคม 2555

ลั่นหา23 ล้านเสียงเหนื่อยแขวะทีมกม.เพื่อไทยไปตีระนาดครม.เดินหน้าตั้งคณะทำงาน

ลั่นหา23 ล้านเสียงเหนื่อยแขวะทีมกม.เพื่อไทยไปตีระนาดครม.เดินหน้าตั้งคณะทำงาน

เฉลิมค้าน ประชามติ เชื่อผ่านยาก ยันใช้ 23 ล้านเสียง สอนมือกฎหมายเพื่อไทยตีความจำนวนเสียงมั่วไปตีระนาดแทน

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การลงประชามติก่อนมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) นั้น มีโอกาสที่จะผ่านความเห็นชอบ แต่เป็นไปได้ยาก เพราะต้องใช้เสียงประชามติเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิลงคะแนนทั้งประเทศ หรือเกิน 23 ล้านคน อีกอย่าง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ก็ฟันธงไปแล้ว ไม่สนับสนุนประชามติ ดังนั้นคนที่เสนอให้ประชามติ อย่าเอาใจเกินเหตุแม้จะมองว่ามีโอกาสเป็นไปได้ แต่เป็นเรื่องยาก

“ผมไม่ขอแสดงความเห็น ไปตีระนาดแล้วกัน “ร.ต.อ.เฉลิม ตอบคำถาม กรณีทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยตีความว่า การลงประชามติ ต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้ออกมาใช้สิทธิ ไม่ใช่เกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิลงคะแนน

ทั้งนี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ร.ต.อ.เฉลิม ไม่ได้เข้าร่วมประชุม โดยอ้างว่าลาป่วย แต่แหล่งข่าวยืนยันว่า เหตุที่ ร.ต.อ.เฉลิม ไม่เข้าร่วมเพราะไม่เห็นด้วยกับแนวทางการประชามติก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญของ ครม.

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม ครม.ได้มีมติให้ตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางการประชามติก่อนแก้ไข รธน. ซึ่งประกอบด้วย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ และรมว.ศึกษาธิการ นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯ และนายอัชฌาพร จารุจินดา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

“คณะทำงานชุดนี้จะไปศึกษาแนวทางกฎหมายประชามติ โดยกำหนดหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบ ในการยกร่างประกาศต่างๆ ที่รองรับการทำประชามติ คาดภายใน 23 สัปดาห์ เสนอกลับให้ที่ประชุม ครม.เห็นชอบ ซึ่งคาดว่าน่าจะประชามติได้ประมาณเดือน เม.ย. หรือ พ.ค.ปีหน้า” นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าว

แหล่งข่าวจากที่ประชุม ครม. กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เปิดโอกาสให้ ครม.แสดงความคิดเรื่องการทำประชามติเกือบ 1 ชั่วโมง โดยส่วนใหญ่แสดงความกังวลต่อจำนวนเสียงที่จะมาลงประชามติ จะได้เกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิทั่วประเทศหรือไม่

นายจารุพงศ์ ได้ให้ข้อมูลว่า จากทะเบียนผู้มีสิทธิลงคะแนนทั่วประเทศ มี 46 ล้านเสียง แต่จะมีการประกาศตัวเลขอย่างเป็นทางการสิ้นเดือน ธ.ค.นี้ โดยจะมีผู้มีสิทธิอายุเกิน 18 ปี เพิ่มขึ้นอีก 7 แสนคน จะทำให้ผู้มีสิทธิ 46.7 ล้านคน แต่การลงประชามติจะต้องมีผู้มาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งประมาณ 24 ล้านคน ถ้าไม่ถึงก็ตกไป แต่ถ้ามาครบ ก็ต้องดูว่ามีผู้เห็นด้วยเกิน 12 ล้านเสียงหรือไม่ถ้าไม่ถึงก็ตกไปเช่นกัน

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.ยังได้หารือประเด็นมาตรการทางกฎหมายกับผู้ที่ออกมารณรงค์ให้ร้ายไม่ให้ไปประชามติกันอย่างเคร่งเครียด ก่อนที่ นายกฯ ได้สรุป ขอให้คณะทำงานไปศึกษาประเด็นดังกล่าวด้วย และจะต้องรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิประชามติมากๆ

“ต้องเน้นให้ความสำคัญว่านี่คือการลงประชามติครั้งแรกของประเทศ ที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตย และต้องบอกกับประชาชนด้วยว่า ถ้าไม่ไปใช้สิทธิจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราจะพลาดโอกาสสำคัญ เพราะนี่คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง” แหล่งข่าวอ้างคำพูด น.ส.ยิ่งลักษณ์

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวยืนยันว่า การเรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันคว่ำประชามติ นั้นไม่มีความผิด เพราะการลงประชามติคือการถามความเห็นประชาชน ซึ่งมีสิทธิที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ได้

“ไปตีความกันอย่างไรว่า การจัดทำประชามติ แสดงว่าคนที่เห็นด้วยเท่านั้นจะพูดได้ คนที่ไม่เห็นด้วยไม่สามารถพูดได้ ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ไม่ต้องถามความเห็นกันแล้ว” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

สำหรับรูปแบบการรณรงค์ของพรรคประชาธิปัตย์ต่อการทำประชามติ นั้น ต้องให้รัฐบาลตกผลึกก่อนว่าจะทำประชามติในรูปแบบใด จึงจะให้คำตอบได้

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก