
อย.เล็งขยายบัญชียาหลักกำหนดเกณฑ์ราคากลาง
โพสต์ทูเดย์
— อย.ร่วมมือกระทรวงการคลัง ขึ้นทะเบียนยาสามัญขยายบัญชียาหลักแห่งชาติ ตั้งราคากลางเทียบยาราคาแพงนพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า จะควบคุมค่าใช้จ่ายยาในส่วนของสวัสดิการข้าราชการให้ลดลงตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยค้นทะเบียนยาสามัญให้มากขึ้น เพื่อขยายยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ และกำหนดเกณฑ์ราคากลางของยาหลัก
เลขาธิการ อย. กล่าวว่า ได้กำหนดแนวทางในการประสานความร่วมมือกับกรมบัญชีกลาง เพื่อดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีในการควบคุมค่าใช้จ่ายยาคาแพงของสวัสดิการข้าราชการไว้ 2 แนวทางหลัก แนวทางแรกคือการพยายามขึ้นทะเบียนยาสามัญให้มากขึ้น ซึ่งเป็นยาต้นแบบที่หมดลิขสิทธิ์แล้ว เพื่อขยายยาในบัญชียาหลักแห่งชาติให้เพิ่มมากขึ้น ประโยชน์ทางตรงในเรื่องนี้ก็คือทำให้ยามีราคาถูก ทั้งนี้จะมีการพยายามใช้ชื่อสามัญมากกว่าชื่อทางการค้า
แนวทางที่ 2 คือ การกำหนดราคากลางยา ในบัญชียาหลักแห่งชาติ โดยเป็นเรื่องของการซื้อขายยาที่ต้องมีเกณฑ์ราคากลางที่กำหนดให้แน่ชัดมากขึ้นกว่าเดิม ผ่านการทำงานภายใต้คณะอนุกรรมการบัญชียาหลักแห่งชาติ
“
ขณะนี้บัญชียาหลักแห่งชาติมีการนำมาดูอยู่ตลอดว่า ยาบางตัวมีผลการชี้วัดการรักษาไว้ชัดเจนมากน้อยแค่ไหน บางตัวอาจจำเป็นต้องถอนออกจากบัญชียาหลักก็ต้องถอนออกไป เพื่อให้ยาบางตัวเข้ามาแทน บทบาทของ อย.จะสนับสนุนเรื่องข้อมูลการขึ้นทะเบียนยาให้กับกระทรวงการคลังเป็นหลัก” นพ.พิพัฒน์ กล่าวนพ.พิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดอายุการขึ้นทะเบียนยาสามัญว่าจะต้องมีการบังคับใช้กี่ปี แต่ภายในกรอบทำงานของอนุกรรมการที่มีขึ้นนี้ก็จะต้องมาหารือกันว่า จำเป็นจะต้องมีการกำหนดอายุการขึ้นทะเบียนยาไว้หรือไม่ อย่างไร เพื่อป้องกันการผูกขาดทางยาในอนาคต
น.ส.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี แผนงานกลไกเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จะใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร เพื่อขอรับทราบข้อมูลที่กรมบัญชีกลางศึกษาปัญหาโดยพบว่า มีโรงพยาบาล 33 แห่ง เบิกจ่ายค่ารักษาจำนวนมากเพื่อให้สังคมรับทราบ ไม่เช่นนั้นกรมบัญชีกลางเองก็ไม่กล้าตัดสินใจแก้ปัญหา







