
รัฐได้เปรียบ....แต่ไม่คลี่คลายวิกฤต
นางสิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การเจรจาระหว่างรัฐบาลกับแกนนำเสื้อแดง เป็นกระบวนการเริ่มต้นที่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าผลการเจรจานำไปเป็นทางออกให้กับวิกฤตที่เกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม การเจรจาครั้งนี้ทำให้มีการพูดกันว่าอะไรคือความขัดแย้งของสังคม เพราะก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นไม่ตรงกัน ในที่สุดอาจทำให้เกิดการประนีประนอมทั้งสองฝ่าย แต่ไม่แน่ใจว่าจะไปถึงตรงนั้นหรือไม่
นางสิริพรรณ กล่าวว่า การเจรจาถือเป็นเจตนาที่ดีและเป็นการแสดงภาวะผู้นำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งถือว่าครั้งนี้รัฐบาลได้เปรียบ เพราะประชาชนจะเห็นว่ารัฐบาลได้พยายามเต็มที่ในการลดเงื่อนไขที่จะนำไปสู่ความรุนแรง ดังนั้น ฝ่ายแกนนำไม่ควรยื่นคำขาด เพราะอาจจะนำไปสู่ความรุนแรงได้
“
ส่วนตัวเห็นว่าการยุบสภาทันทีจะไม่มีประโยชน์และไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เพราะส่วนสำคัญของความขัดแย้งคือ เรื่องรัฐธรรมนูญ ดังนั้นก่อนการเลือกตั้งควรมีการแก้ไขกติกาให้เป็นที่ยอมรับร่วมกันก่อนอย่างน้อย 6 เดือน เพราะหากมีการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญ 2550 ปัญหาจะไม่มีทางจบแน่นอน อีกทั้งควรมีการเสนอวาระประเทศก่อนมีการเลือกตั้งด้วย โดยในการเจรจาครั้งต่อไปควรมีการตั้งอนุกรรมการเจรจาเพื่อพิจารณาการเจรจาเป็นรายประเด็นด้วย” นางสิริพรรณ กล่าวนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การเจรจาระหว่างรัฐบาลกับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นรูปแบบที่แต่ละฝ่ายเสนอความคิดของตัวเองมากกว่าที่จะฟังฝ่ายตรงข้ามเพื่อหาทางออกร่วมกัน ภาพที่เกิดขึ้นกึ่งโต้วาที ที่แต่ละฝ่ายอยากพูดและตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามในพื้นที่สาธารณะเพื่อสื่อสารกับประชาชนเท่านั้น เพราะแม้อีกฝ่ายหนึ่งพูด แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้นำมาสานต่อ อีกทั้งฝ่าย นปช.ก็ไม่สามารถคุมประเด็นได้ โดยเฉพาะ นพ.เหวง โตจิราการ ที่พูดกว้างมาก ซึ่งยังไม่ใช่เวลาที่ต้องมาคุยกันขณะนี้ ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ก็ยึดแต่สิ่งที่ตนเองต้องการอย่างเดียวไม่ค่อยมีความประนีประนอม แตกต่างจากนายวีระ มุสิกพงศ์ ที่สุขุมรอบคอบที่สุด
นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ กล่าวว่า การเจรจาครั้งนี้ไม่สามารถได้ข้อยุติ เพราะข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมมาไกลเกินกว่าที่หลายฝ่ายจะรับได้ และในการเจรจานายกฯ ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องกลุ่มผู้ชุมนุมจาบจ้วงสถาบัน และละเมิดอำนาจตุลาการ สำหรับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะกำหนดท่าทีและจะมีแถลงการณ์ภายใน 12 วัน
ขณะที่ตัวแทนเครือข่ายสันติประชาธรรม นำโดยนายยุกติ มุกดาวิจิตร อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ นายไชยยันต์ รัชชกูล สถาบันศาสนา วัฒนธรรรม และสันติภาพ มหาวิทยาลัยพายัพ พร้อมด้วยรายชื่อนักวิชาการไทยและต่างประเทศ 155 คน ลงนามในจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี และแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ขอให้เร่งการเจรจาเพื่อขจัดเงื่อนไขไปสู่ความรุนแรง
นายยุกติ กล่าวว่า 1.ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาภายใน 3 เดือน เพื่อปลดเงื่อนไขแห่งความรุนแรงที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะบ้านเมืองไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ 2.ฝ่าย นปช. ไม่ควรยืนยันให้รัฐบาลยุบสภาในทันที ร่วมกันสร้างกรอบกติกาการเลือกตั้งที่เปิดโอกาสให้การหาเสียงเลือกตั้งของทุกฝ่ายดำเนินไปได้อย่างเสรีปราศจากการคุกคาม
3.กลุ่มและพรรคการเมืองทุกฝ่ายต้องยอมรับผลการเลือกตั้ง และเปิดโอกาสให้รัฐบาลใหม่ได้บริหารประเทศอย่างเต็มที่
สำหรับนักวิชาการที่ร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึก อาทิ นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี มธ. นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ ปัญญาชนอาวุโส นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มธ. นายเกษียร เตชะพีระ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มธ. นายพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายสมชาย ปรีชาศิลปกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มธ. และนายธงชัย วินิจจะกูล อาจารย์มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เป็นต้น







