
มาร์คหวั่นแก้รธน.จุดชนวนขัดแย้ง
"อภิสิทธิ์"หวั่น แก้รัฐธรรมนูญซ่อนวัตถุประสงค์แอบแฝงจุดชนวนความขัดแย้ง
"อภิสิทธิ์"หวั่น แก้รัฐธรรมนูญซ่อนวัตถุประสงค์แอบแฝงจุดชนวนความขัดแย้ง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมผลักดันการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ว่า รัฐบาลทราบดีอยู่แล้วว่า เรื่องนี้เป็นปมความขัดแย้ง จึงไม่เห็นเหตุผลหรือความจำเป็นที่จะต้องทำ นอกจากความพยายามช่วยเหลือคนบางกลุ่ม
ทั้งนี้เชื่อว่า ถ้าการเดินหน้าไปสู่ความปรองดองไปสู่ความสุจริต ไม่มีวัตถุประสงค์แอบแฝงช่วยเหลือคนทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งสาเหตุที่เป็นตัวเร่งทำให้รัฐบาลต้องผลักดัน เรื่องนี้ให้ได้ในสิ้นปีนี้ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณพูดมาโดยตลอดว่า จะกลับมาภายในสิ้นปีนี้ ฉะนั้น ทุกอย่างจึงกลับไปสู่จุดเดิมคือ แทนที่รัฐบาลจะเอาใจใส่กับปัญหาบ้านเมือง กลับไปตอบสนองความต้องการของคนคนเดียว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า น่าเป็นห่วงเรื่องการปลุกระดมมวลชน ต้องถามรัฐบาลว่า ประเทศไทยเพิ่งผ่านบรรยากาศที่คนไทยมีความสุข สามัคคี เหตุใดจึงเริ่มประเด็นความขัดแย้งรอบใหม่ ทั้งที่ควรแก้ปัญหาให้ชาติมากกว่า ทั้งที่มีหลายเรื่องที่เกิดจากนโยบายของรัฐบาลเช่น นโยบายจำนำข้าวจะเดินหน้าต่ออย่างไร เมื่อธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส)ไม่มีเงินที่จะทำโครงการต่อ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ ขายข้าวไม่ได้ ปัญหาภาคใต้ก็ยังมีความรุนแรงอยู่และประเทศไทยก็ยังตกอันดับเรื่องความโปร่งใสการทุจริต คอรัปชั่น และติดอยู่ใน 10 ประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากการก่อการร้าย
ด้านนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีรัฐบาลเร่งร้อนเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญด้วยการลงมติวาระ 3 เป็นสิ่งที่พึงกระทำได้ แต่ต้องอยู่บนเงื่อนไขผลประโยชน์ของประชาชน และอยู่บนผลประโยชน์ของกระบวนการพัฒนาการเมือง แต่หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญแอบแฝงไปด้วยเงื่อนไขในการที่จะล้างผิดให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือมีเงื่อนไขพิเศษที่จะมีกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์เป็นการเฉพาะนั้น ตนเชื่อว่าไม่ใช่การแก้ไขที่ประชาชนต้องการจะเห็น
อย่างไรก็ตาม การที่คณะทำงานฯได้เสนอให้มีการลงมติวาระ 3 เพื่อให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. จากนั้นให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญแล้วเปิดให้ประชาชนลงประชามติ ถือเป็นกระบวนการที่มัดมือชกประชาชน แอบแฝงด้วยวัตถุประสงค์ซ่อนเร้นที่ไม่สามารถเปิดเผยในขณะนี้ได้ และไม่สอดคล้องตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยยกร่างใหม่ทั้งฉบับนั้นไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ได้มาจากการลงประชามติของประชาชน ก็ควรให้ประชาชนได้ลงประชามติก่อนที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นายชวนนท์ กล่าวว่า แต่สิ่งที่รัฐบาลพยายามที่จะทำคือการล้มรัฐธรรมนูญทั้งฉบับและให้มีการร่างให้ทั้งฉบับ โดยไม่มีหลักประกันใดๆว่ามาตราไหนจะถูกแก้ไข จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศให้ชัดแก้รัฐธรรมนูญมาตราใด และเดินหน้าทำประชามติก่อนที่จะมีการเลือกตั้งส.ส.ร. โดยให้ประชาชนมีโอกาสตัดสินใจว่า ยินยอมให้แก้ไขมาตราใดไม่แก้ไขมาตราใด ตรงนี้จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุด แต่หากไม่ทำตามวิธีนี้คงต้องกล่าวหาว่ารัฐบาลมีวาระซ่อนเร้นในการที่จะสอดไส้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นตามประโยชน์ของผู้ที่มีอำนาจหรือผู้ที่อยู่เบื้องหลังรัฐบาล
นายชวนนท์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.นายวรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย แกนนำเสื้อแดง ออกมาระบุว่า ต้องรีบเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญและต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งเป็นการเปิดเผยวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเป็นประตูบานแรกที่เปิดออกแย้มไปสู่ประตูบานอื่นคือ การออกกฎหมายนิรโทษกรรมและการคืนทรัพย์สิน ขอให้รัฐบาลประกาศออกมาให้ชัดเจนจะแก้มาตราใดหากไม่ประกาศออกมา แล้วก็ลงประชามติ เรื่องทุกอย่างก็จบ ไม่มีความขัดแย้ง แต่หากจะเดินหน้าแก้ทั้งฉบับ ขอกล่าวหารัฐบาลว่า ต้องการล้างผิด คืนทรัพย์สิน เชื่อว่า ประชาชนทั้งประเทศไม่เอาด้วยแน่นอน







