posttoday
ลุ้น "พ่อลาคลอด" ถ้วนหน้าปี'56 คลอบคลุมเพิ่ม "เอกชน-รัฐวิสาหกิจ"

ลุ้น "พ่อลาคลอด" ถ้วนหน้าปี'56 คลอบคลุมเพิ่ม "เอกชน-รัฐวิสาหกิจ"

01 ธันวาคม 2555

น้อยคนจะรู้ว่าเพศชายมีสิทธิ “ลาคลอด”

น้อยคนจะรู้ว่าเพศชายมีสิทธิ “ลาคลอด”

โดย...กานต์ กมลรัตน์

มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2553 เห็นชอบให้ข้าราชการสามารถลาติดต่อกันได้ไม่เกิน 15 วันทำการ เพื่อช่วยภรรยาเลี้ยงดูลูกหลังคลอด

ต่อมามีการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555 ข้อ 20 อนุญาตให้ลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร และได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2555

นั่นหมายความว่า ผู้ชายมีสิทธิลาคลอดได้แล้ว

ทว่าสิทธิดังกล่าวครอบคลุมเพียง “ข้าราชการ”

มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,473 คนทั่วประเทศ พบว่าแม้จะมีประชาชนรับรู้ถึงสิทธิดังกล่าวบ้าง แต่ก็ยังไม่ทั่วถึง

อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 77.87% เห็นควรให้ขยายสิทธิเพื่อให้ครอบคลุมลูกจ้างของรัฐ นอกจากนี้ 46.5% ยังเห็นควรให้ขยายสิทธิไปยังกลุ่มบริษัท และ 44.4% สนับสนุนให้ขยายไปยังพนักงานรัฐวิสาหกิจ

สมชาย เจริญอำนวยสุข ผู้อำนวยการสำนักกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ระบุว่า เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมามีการนำเรื่องนี้เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาสถานภาพสตรีแห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธาน เพื่อขอให้ขยายโอกาสไปยังภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจได้รับสิทธิดังกล่าวด้วย

“ขณะนั้นนายกรัฐมนตรีเห็นด้วยในทันที และมีมติให้ขยายไปยังภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ เป็นกลุ่มแรก แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากต้องรอการแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ซึ่งทำได้ยาก เพราะกระทบกับธุรกิจทั้งประเทศ จึงต้องมีการศึกษาอย่างละเอียด และเปิดรับฟังความคิดเห็นก่อน จึงอยากให้ออกเป็นประกาศไปก่อน ทั้งนี้หากมีการผลักดันอย่างจริงจัง คาดว่าน่าจะสามารถใช้สิทธิได้ภายในปี 2556” สมชาย อธิบาย

ลุ้น "พ่อลาคลอด" ถ้วนหน้าปี'56 คลอบคลุมเพิ่ม "เอกชน-รัฐวิสาหกิจ"

 

สำหรับมติ ครม.ที่ให้สิทธิกับเพศชายนั้น กำหนดไว้ว่า พ่อที่จะมีสิทธิลาได้ต้องเป็นสามีภรรยากันถูกต้องตามกฎหมาย แต่ขณะนี้ทาง พม.กำลังขอแก้ไขมติดังกล่าวอยู่ เพราะตามหลักการแล้วไม่ว่าจะสมรสกันอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ แต่ถ้าเป็นพ่อของลูกก็ควรที่จะมีสิทธิลาได้ เพราะอยากให้เห็นถึงความสำคัญของครอบครัวเป็นสำคัญ

“ตอนนี้เราก็พยายามรณรงค์และสื่อสารกับทางสังคมอยู่ โดยเฉพาะที่เป็นราชการให้รับรู้สิทธิ และขณะนี้ทางภาคเอกชน โดยมอบหมายให้กระทรวงแรงงานทำความเข้าใจและสื่อสารกับผู้ประกอบการถึงนโยบายที่รัฐบาลได้ออกมา ซึ่งได้รับการตอบรับดี แต่เรื่องระยะเวลาคงต้องมีการตกลงกันให้เป็นที่แน่นอนอีกครั้ง” สมชาย ระบุ

สมชาย บอกว่า จากการผลักดันและขับเคลื่อนให้ผู้ชายมีสิทธิในการลาคลอดได้นั้น พม.ไม่ได้คำนึงเฉพาะในแง่ของสิทธิเท่านั้น แต่ได้คำนึงถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัวเป็นสำคัญ เพราะการให้พ่อแม่ร่วมดูแลบุตรตั้งแต่แรกเกิด และให้สามีได้ดูแลภรรยาไปพร้อมๆ กัน จะช่วยให้เกิดการประสานสายสัมพันธ์เกี่ยวร้อยระหว่างสามีภรรยาและบุตรได้เป็นอย่างดี

ที่สำคัญ จะส่งผลดีมากกว่าการให้ภรรยาดูแลบุตรแต่เพียงลำพัง

นอกจากการขับเคลื่อนของภาครัฐ ที่สามารถผลักดันให้สิทธิพ่อลาคลอดออกสู่มติ ครม.แล้ว ทางด้านองค์กรภาคเอกชนก็เห็นความสำคัญและได้พยายามผลักดันให้สังคมและผู้ประกอบการต่างๆ รับรู้และเห็นความสำคัญที่มากกว่าสิทธิที่จะได้รับ

นั่นหมายถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัว

จะเด็ด เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล แสดงความเห็นไว้ว่า การที่ภาครัฐให้สิทธิผู้ชายลาคลอดถือว่ายังไม่เพียงพอ ควรที่จะเพิ่มจาก 15 วัน เป็น 1 เดือน เพราะร่างกายของผู้หญิงต้องใช้ระยะเวลารับการปรับตัวสูง

จะเด็ด บอกว่า กฎหมายถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการผลักดันขับเคลื่อน และยังเป็นเครื่องมือในการปรับทัศนคติของผู้ชายในการช่วยภรรยาเลี้ยงดูบุตร ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างค่านิยมขึ้นมาใหม่ขึ้น และเชื่อว่าทางภาครัฐจะมีการปรับเปลี่ยนมติใหม่เพื่อขยายสิทธิให้มากขึ้น

“เราต้องประกาศออกไปว่า กฎหมายหรือมตินั้นมีความสำคัญต่อเด็กและครอบครัวอย่างไร ซึ่งจะต้องมีการรณรงค์ในทุกภาคส่วนให้มากขึ้น ซึ่งตอนนี้คิดว่าเรายังพูดเรื่องนี้ในสังคมน้อยไป และต้องมีการรณรงค์ร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน และเรื่องนี้ต้องมีการผลักดันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าต้นปีหน้าต้องมีการผลักดันในส่วนของเอกชนให้ออกมาเป็นรูปธรรมได้แล้ว” จะเด็ด ระบุ

สำหรับการให้สิทธิตามที่กฎหมายกำหนด ปารีณา ศรีวนิชย์ ผู้ช่วยอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าว่า จุฬาฯ เป็นหน่วยงานราชการอันดับแรกๆ ในการใช้สิทธิพ่อลาคลอด เรียกว่า “การดูแลบุตรและภรรยาหลังคลอด” โดยให้ความสำคัญกับบุตรที่จะต้องมีพ่อแม่ให้ความอบอุ่นแต่แรกเกิด

การดำเนินการ จุฬาฯ มีการยื่นระเบียบดังกล่าวแก่คณะกรรมการนโยบายบุคลากรของสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปี 2552 ซึ่งในขณะนั้นได้ขอให้สิทธิพ่อสามารถลาคลอดได้ในระยะเวลา 1 เดือน แต่หลังจากยื่นข้อเสนอไปแล้ว ในที่สุดได้ข้อสรุปว่าให้พ่อสามารถลาคลอดได้ 10 วัน โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายและในตลอด 10 วันนั้นจะมีเงินเดือนตามปกติ

“ที่ผ่านมามีข้าราชการชายขอใช้สิทธิดังกล่าวน้อย ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะกลุ่มที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ไม่เยอะ และบางส่วนกลัวถูกเพื่อนล้อเลียน โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไปจะมีทัศนคติในเรื่องนี้รุนแรงมาก ส่วนกลุ่มที่มีอายุไม่เกิน 29 ปี กลับเห็นความสำคัญ และคิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน” ปารีณา ระบุ

ปารีณา ให้ภาพเพิ่มเติมว่า ในประเทศที่พัฒนาแล้ว (OECD) มีการให้สิทธิพ่อลาคลอดได้มากถึง 1 ปี ถ้าเป็นกรณีที่มีการจ่ายเงินเดือนตามปกติจะสามารถใช้สิทธิได้ถึง 78 สัปดาห์

“กฎหมายเรื่องการลาคลอดของประเทศไทยถือว่ายังต่ำกว่ามาตรฐานทั่วโลกใช้ โดยจากการสำรวจประเทศที่พัฒนาแล้ว 21 ประเทศ พบว่ามีประเทศที่ให้สิทธิผู้ชายลาคลอดเพื่อดูแลภรรยาได้นานถึง 3 ปี เช่น ประเทศฝรั่งเศส สเปน แต่จะไม่ได้รับค่าตอบแทนการทำงาน หรือหากต้องจ่ายค่าตอบแทนด้วยจะให้สิทธิลาได้ 45 วัน ส่วนประเทศสวีเดนและนอร์เวย์ นั้น นอกจากจะได้สิทธิวันลาแล้วยังได้รับค่าตอบแทนการทำงานด้วย” ปารีณา อธิบาย

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก