
คนมีลกถกหวย
สรรพากรให้หักลดหย่อนบุตรเต็มพิกัดดีเดย์สามีภรรยาแยกเสียภาษี1ม.ค.56
สรรพากรให้หักลดหย่อนบุตรเต็มพิกัดดีเดย์สามีภรรยาแยกเสียภาษี1ม.ค.56
สามีภรรยา เริ่มแยกยื่นแบบภาษีเงินได้ 1 ม.ค. 2556 แถมประโยชน์ได้หักลดหย่อนค่าเลี้ยงดูบุตรเพิ่ม
นางจิตรมณี สุวรรณพูล ที่ปรึกษาด้านพัฒนาภาษีและโฆษกกรมสรรพากร กล่าวว่า ผู้เสียภาษีที่เป็นสามีภรรยาสามารถแยกยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของรายได้ปี 2555 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค. 2556 เป็นต้นไป โดยที่กรมสรรพากรไม่จำเป็นต้องแก้กฎหมายรัษฎากร เพราะถือว่าต้องดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ
ที่ระบุว่าการที่สามีภรรยาต้องรวมกันยื่นเสียภาษีเป็นการขัดกับรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่กรมสรรพากรต้องดำเนินการตามคำสั่งของศาล
ทั้งนี้ ทางกรมสรรพากรจะออกคำชี้แจงเรื่องการยื่นเสียภาษีของสามีภรรยาโดยละเอียดในเร็วๆ นี้ โดยเฉพาะด้านรายจ่ายบางรายการที่อาจเป็นข้อสงสัยว่าจะหักกันอย่างไรให้เกิดความชัดเจน
“เช่น การหักรายจ่ายของบุตร เดิมหักได้รวมกันไม่เกิน 1.7 หมื่นบาท เมื่อยื่นรวมกัน สามีและภรรยาหักได้รายละ 8,500 บาท แต่เมื่อแยกยื่นก็จะให้หักลดหย่อนได้คนละ 1.7 หมื่นบาทเลย” นางจิตรมณี กล่าว
นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า กรณีสามีและภรรยาเลี้ยงดูบุตรพิการ หักลดหย่อนภาษีได้ 6 หมื่นบาท ถ้ารวมยื่นภาษีเงินได้ก็จะหักลดหย่อนได้คนละ 3 หมื่นบาท ของใหม่หากแยกยื่นก็จะหักลดหย่อนได้คนละ 6 หมื่นบาทเต็ม
โฆษกกรมสรรพากร กล่าวว่า การแยกยื่นภาษีของสามีและภรรยา จะทำให้ครัวเรือนมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่จะได้คืนภาษีเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับฐานภาษี และเมื่อมีภาระภาษีน้อยลง สามารถนำเงินภาษีคืนไปใช้จ่ายเพิ่ม เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกด้านหนึ่ง
อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนการหักลดหย่อนภาษีสามีและภรรยา ทำให้กรมสรรพากรสูญเสียรายได้เพิ่มมากขึ้น ประมาณการไว้เบื้องต้น 4,000 ล้านบาท แต่ก็เป็นไปได้ที่อาจจะมากกว่านี้
นาง จิตรมณี กล่าวว่า กรมสรรพากรยังสามารถเก็บภาษีปีงบประมาณ 2556 ได้ตามเป้าที่วางไว้ เนื่องจากการขยายตัวเศรษฐกิจยังมีต่อเนื่อง และการขยายฐานภาษีของกรมสรรพากร รวมถึงการพัฒนาระบบไอที และบุคลากรทำให้ประสิทธิภาพการเก็บภาษีของกรมสรรพากรเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ ที่เห็นว่าประมวลรัษฎากรมาตรา 57 ตรี และมาตรา 57 เบญจ ที่กำหนดให้การเก็บภาษีเงินได้จากสามีและภริยาที่อยู่ร่วมกันตลอดปีภาษี ให้ถือเอาเงินได้ทั้งปีของภริยาเป็นเงินได้ของสามี และให้สามีมีหน้าที่รับผิดชอบในการยื่นรายการและเสียภาษี ถือว่าเป็นบทบัญญัติที่ทำให้สามีภริยาที่มีเงินได้ต้องเสียภาษีสูงกว่าปกติ
นอกจากนี้ ยังทำให้ผู้หญิงที่มีสามีและมีเงินได้ต้องเสียภาษีสูงกว่าผู้หญิงที่โสด ทำให้หญิงชายไม่นิยมสมรสกัน







