
การพัฒนาร้านค้าในท้องถิ่น
วันศุกร์ที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา ในสหรัฐอเมริกาถือว่าเป็นวันสำคัญทางธุรกิจการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้าปลีกของประเทศวันหนึ่ง
โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์
วันศุกร์ที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา ในสหรัฐอเมริกาถือว่าเป็นวันสำคัญทางธุรกิจการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้าปลีกของประเทศวันหนึ่ง ถึงจะไม่ได้มีการรับรองอย่างเป็นทางการ แต่ธุรกิจห้างร้านจำนวนมากยอมให้ลูกจ้างพนักงานหยุดงานเพื่อออกไปจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภคกันทั้งประเทศ โดยเขาตั้งชื่อวันศุกร์ปลายๆ เดือน พ.ย.ของทุกปี หลังวันเฉลิมฉลองที่เขาเรียกกันว่า Thanksgiving Day นี้ว่าวันศุกร์ดำ หรือ Black Friday
ในวันศุกร์ดำที่ว่า ห้างร้านที่ประกอบธุรกิจประเภทค้าปลีกมักจะเปิดร้านกันตั้งแต่เช้า และปิดสายกว่าปกติ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้คนมาจับจ่ายใช้สอยช็อปปิ้งกันให้เต็มที่ และมักจะมีการให้ส่วนลดกับลูกค้าเพื่อส่งเสริมการขาย โดยถือว่าเป็นวันเริ่มต้นแห่งเทศกาลช็อปปิ้งเนื่องในโอกาสแห่งการเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสประจำปี
ที่ว่าวันศุกร์นี้เป็นวันสำคัญทางธุรกิจและส่งผลกระทบต่อสถานะเศรษฐกิจของสหรัฐก็เพราะสัดส่วนการบริโภคส่วนบุคคล หรือ Personal Consumption นั้น สูงถึงประมาณร้อยละ 70 ของรายได้ประชาชาติ เพราะฉะนั้นการใช้จ่ายของคนอเมริกันจึงเป็นตัวผลักดันเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของประเทศมหาอำนาจประเทศนี้
รายงานข่าวล่าสุดก็ปรากฏว่าคนอเมริกันเริ่มตะลุยจับจ่ายใช้สอยกันใหม่อีกรอบหนึ่งหลังจากที่ซบเซาไปเพราะปัญหาเศรษฐกิจ ว่าไปแล้วก็น่าจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจอเมริกันและเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจของประเทศที่ต้องพึ่งพาอาศัยรายได้จากการส่งออกเป็นหลักในการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างหลายๆ ประเทศในเอเชียรวมทั้งไทยเราด้วย
ก็คงต้องเฝ้าดูกันต่อไปว่าคนอเมริกันจะจับจ่ายใช้สอยกันเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใดในเทศกาลคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึง เพราะตัวเลขนี้จะเป็นตัวแปรที่สำคัญภาคปฏิบัติว่าเศรษฐกิจอเมริกันจะฟื้นตัวเร็วหรือช้าประการใด ผมเชียร์ให้คนอเมริกันใช้เงินมากๆ จะก่อหนี้ก่อสินเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ไม่เป็นไร เพราะถ้าเขาก่อหนี้เพิ่มขึ้น แล้วเอาเงินมาซื้อสินค้าจากบ้านเรา เขาไปใช้แล้วทำให้เศรษฐกิจของเราโตขึ้น น่าจะดีกว่าการให้คนไทยก่อหนี้เพิ่มขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ใครจะว่าผมเห็นแก่ตัวก็ยอมครับ อย่างน้อยคนอเมริกันน่าจะมีความสามารถที่จะรับภาระหนี้ได้ดีกว่าคนไทยตาดำๆ เป็นไหนๆ
ส่วนที่อยากพูดถึงด้วยความชื่นชมในพฤติกรรมในการช็อปปิ้งของเขาคือ เขาช็อปกันเป็นเวล่ำเวลาตามฤดูกาล ไม่ได้ช็อปทั่วทั้งปีเหมือนคนในประเทศสารขัณฑ์ สาเหตุหนึ่งที่เขาเรียกวันศุกร์พิเศษนี้ว่า Black Friday บางคนบอกว่า เพราะเป็นวันศุกร์ที่ทำให้บัญชีรายรับรายจ่ายของร้านค้ากลับจากตัวแดง คือ ขาดทุนมาเป็นกำไร คือ ตัวดำอีกครั้ง พูดง่ายๆ คือ เขาช็อปโดยมีวัตถุประสงค์ชัดเจนว่าจะช็อปไปทำไม ไม่ได้ช็อปเพื่อแสดงความร่ำรวยหรือช็อปเพราะถูกอารมณ์ (Buying Impulse) ซื้อมาแล้วเอาขึ้นหิ้งเก็บไว้บูชาไม่กล้าใช้เพราะราคาแพง บางบ้านมีแต่สิ่งของที่เก็บสะสมไว้เหมือนโกดังเก็บสินค้า ที่นับวันสินค้าคงจะต้องเพิ่มขึ้นไม่มีการหมุนเวียนออกไป มีแต่จะเพิ่มขึ้น ว่างๆ ลองคำนวณระยะเวลาของการเก็บสรรพสิ่งทั้งหลายในบ้านที่ไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวัน ดูแล้วคำนวณค่าสูญเสียโอกาสที่ควรจะได้รับจากดอกเบี้ย ท่านจะเสียดายว่าไม่ควรซื้อมาเก็บไว้ให้รกบ้าน สู้เก็บเป็นเงินสดไว้ในแบงก์กินดอกเบี้ยดีกว่าเป็นไหนๆ
ส่วนอีกพฤติกรรมหนึ่งที่ผมชอบและสังเกตเห็นในวัน Black Friday ที่ผ่านมาคือโครงการรณรงค์ให้ซื้อสินค้าจากร้านค้าในท้องถิ่นที่เขาเรียกว่า โครงการซื้อท้องถิ่น หรือ Buy Local
คำว่าท้องถิ่น หรือ Local ในที่นี้ เขาหมายถึงร้านค้าที่ตั้งอยู่ในย่านท้องถิ่นของเขา มีคนท้องถิ่นเป็นเจ้าของ ส่วนสินค้าที่ขายจะเป็นสินค้านำเข้าหรือไม่ ไม่ใช่สาระที่สำคัญ และที่สำคัญแม้แต่ร้านค้าขนาดใหญ่ที่มาจากต่างรัฐ ต่างเมืองกัน ถึงจะเป็นธุรกิจอเมริกัน ก็ไม่นับว่าเป็นธุรกิจท้องถิ่น
ผมถามลูกสาวซึ่งเปิดร้านขายสินค้าเครื่องประดับสตรีที่นำเข้าจากเมืองไทยที่นิวยอร์กว่า คำว่า Buy Local นี้ รวมถึงร้านค้าที่คนต่างชาติที่มีภูมิลำเนาอยู่ในท้องถิ่นด้วยหรือไม่ คำตอบคือรวม เขาไม่สนใจว่าใครเป็นเจ้าของ แต่ถ้าเป็นร้านค้าที่เปิดในท้องถิ่นก็ถือว่าเป็นร้านท้องถิ่นที่คนในท้องถิ่นควรช่วยกันอุดหนุนและสนับสนุนให้เจริญเติบโตต่อไป
ผมกลับมานั่งคิดดูแล้ว อยากเห็นโครงการประเภท Buy Local นี้เกิดในเมืองไทยก่อนที่ร้านค้าของคนในท้องถิ่นซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นร้านโชห่วยเท่านั้น แต่รวมถึงร้านประเภทที่ขายเสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ รวมทั้งร้านอาหารสำหรับคนชั้นกลาง ราคาอาหารสูงกว่าร้านค้าประเภทแผงลอยแต่ต่ำกว่าร้านค้าในศูนย์การค้าทั้งหลาย จะสูญพันธุ์ไปเพราะสู้การแข่งขันจากร้านค้าประเภท Modern Trade ทั้งหลายไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่อนุญาตให้ร้านค้าประเภทยักษ์ใหญ่ Super Store จากต่างชาติเข้ามาเปิดสาขาได้โดยเสรี แม้กระทั่งสาขาเล็กๆ ตามหมู่บ้านในท้องถิ่นต่างๆ ในขณะที่ในประเทศของเขาเองจำกัดขอบเขตของการดำเนินธุรกิจของเขาไว้ไม่ให้กระทบต่อร้านค้าปลีกของคนในท้องถิ่น
การรณรงค์เรื่อง Buy Local นี้เท่าที่ติดตามดูเห็นว่าเขาทำกันอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง และมีการย้ำเตือนเป็นพิเศษในวันสำคัญต่างๆ เช่น วัน Thanksgiving หรือ Black Friday ให้ผู้คนพยายามซื้อสินค้าจากร้านค้าปลีกของคนในท้องถิ่น มีการรวบรวมรายชื่อและที่อยู่ของร้านค้าที่เข้าเกณฑ์ร้านค้าท้องถิ่นเผยแพร่ในเว็บไซต์ต่างๆ ของสื่อมวลชนท้องถิ่นอย่างแพร่หลาย นอกจากนั้นยังมีการจัดอันดับร้านค้าท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมให้ร้านค้าท้องถิ่นพัฒนาตนเองสู่ความเป็นเลิศในท้องถิ่น
ผมเชื่อว่า การรณรงค์ให้คนในท้องถิ่นซื้อสินค้าจากร้านค้าในท้องถิ่นเท่านั้นจะเป็นทางออกของความอยู่รอดของร้านค้าปลีกขนาดเล็กและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในเมืองไทย มิฉะนั้นไม่มีทางเลยที่ผู้ประกอบการขนาดเล็กจะแบ่งปันกับร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ หรือ Super Store ทั้งหลายในระบบ Modern Trade ได้ เพราะการพัฒนาร้านค้าปลีกขนาดเล็กให้สามารถแบ่งปันในระดับเดียวหรือใกล้เคียงกับร้านค้าปลีกขนาดใหญ่จำเป็นต้องใช้ทุนรอนจำนวนมาก การกู้เงินมาใช้เพื่อการนี้ ย่อมเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ประกอบการที่มีทุนรอนน้อยจนไม่สามารถที่จะรับภาระได้ จึงไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับการพัฒนาร้านค้าปลีกของคนในท้องถิ่น
ในทางตรงกันข้าม ถ้าคนในท้องถิ่นถูกกระตุ้นให้รักและอยากมีส่วนร่วมในการปกปักรักษาและพัฒนาร้านค้าในท้องถิ่นหรือของท้องถิ่น โอกาสที่ร้านค้าเหล่านั้นจะสะสมทรัพยากรเพื่อพัฒนาตนเองต่อไปย่อมไม่อยู่ในสภาวะที่เหลือวิสัยที่จะเป็นไปได้
อย่าเอาแต่กล่าวหาเลยครับว่า ร้านค้าของคนไทยในท้องถิ่นอยู่ไม่ได้ เพราะไม่พัฒนา ผมว่าเป็นหน้าที่ของทุกคนในท้องถิ่นมากกว่าที่จะช่วยพัฒนาร้านค้าในท้องถิ่น ไม่ต้องมา...ครับ Buy Local กันดีกว่า







