
สื่อสองสี...แข่งกันดุ...สู้กันเดือด
แม้ว่า พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย แกนนำกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.)
แม้ว่า พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย แกนนำกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.)
ขึ้นเวทีประกาศยุติการชุมนุมในช่วงเย็นของวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา แต่ตลอดทั้งวันบนพื้นที่ตัวแทนสื่อทีวีและเว็บไซต์ทั้งสองกลุ่ม ทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมและกลุ่มรัฐบาลได้ต่อสู้กันอย่างเต็มที่บนพื้นที่สื่อของตัวเอง และแสดงจุดยืนของตนอย่างชัดแจ้ง
สำนักข่าว ที นิวส์ และสำนักข่าว บลู สกาย ได้จัดรายการเกาะติดสถานการณ์การชุมนุมตลอดทั้งวัน
นับตั้งแต่เช้า สำนักงานข่าวที นิวส์ ทั้งถ่ายทอดเหตุการณ์สดและจัดรายการภายหลังเหตุการณ์ปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่มีการปล่อยแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมที่พยายามฝ่ารั้วลวดหนาม
“ประชาชนมือเปล่า ถูกเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรง” เป็นความเห็นจากพิธีกรในรายการ
ระหว่างจัดรายการได้มีตัวอักษรเคลื่อนไหว อาทิ โกงชาติยังไม่ผิด มาชุมนุมผิด
เสธ.อ้าย ปกป้องสถาบันไปเอาผิดทักษิณ และไอ้เหลิม ไอ้หน้าตัวเมีย เป็นต้น
สำนักข่าว บลู สกาย นักข่าวได้รายงานสดช่วงเย็นว่า คนเต็มพื้นที่รอสัญญาณจากเสธ.อ้าย โดยมีผู้ชุมนุมมากกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพิธีกรซึ่งใส่เสื้อยืดสีเหลืองและใส่สูท ให้ความเห็นว่ารัฐบาลละเมิดสิทธิพื้นฐานประชาชน คนมาเป็นแสนแต่ไม่สามารถฝ่าด่านตำรวจเข้าไปได้ และพิธีกรหญิงกล่าวว่า รัฐบาลปราบปรามประชาชน แค่อภิปรายถึงตายเลยหรือคะ คุณทักษิณรับผิดชอบเรื่องนี้หรือไม่
สำนักข่าว ฮอต ทีวีถ่ายทอดสดการอภิปรายเวทีชุมนุมตลอดทั้งวัน
ด้านสำนักข่าว เอเชีย อัพเดต ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ส่งสารถึงกลุ่มเสื้อแดงว่า อย่าเคลื่อนไหว รอฟังแกนนำ นปช. คือ “ธิดา ถาวรเศรษฐ์” “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” และ “จตุพร พรหมพันธุ์” ก่อน
ด้านเว็บไซต์มติชนและข่าวสด ได้เกาะติดสถานการณ์เช่นเดียวกันมีทั้งภาพเคลื่อนไหวและภาพนิ่ง ส่วนใหญ่เป็นภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจค้นและตรวจอาวุธผู้ชุมนุม และภาพตำรวจกลางสถานการณ์ม็อบ เหนื่อย เครียดและอ่อนล้า และแนะนำให้ชมสถานการณ์เกาะติดม็อบ เสธ.อ้าย ทางมติชน ทีวีช่วงค่ำ
ข่าวสด ได้ประมวลภาพม็อบ เสธ.อ้าย ไว้ในไฟล์เดียวกัน โดยระบุช่วงเวลาชัดเจน
สำหรับเว็บไซต์อื่นได้นำเสนอข่าวตามปกติ โดยให้ข่าวม็อบเป็นข่าวเด่นและเคลื่อนไหวตลอดวัน
เป็นที่น่าสังเกตว่า เว็บไซต์ เอเอส ทีวี ผู้จัดการ สุดสัปดาห์ แม้ยังคงจุดยืนเสนอข่าวแนวสีเหลือง แต่การนำเสนอกลับไม่หวือหวาเหมือนที่ผ่านมา
สำนักข่าวต่างประเทศอย่างรอยเตอร์สและบีบีซี ได้นำเสนอข่าวม็อบในไทยด้วยเช่นกันในเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาสกัดการทำลายรั้วลวดหนามของผู้ชุมนุมในบริบทที่แตกต่างกัน
รอยเตอร์ส รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมนับร้อยคนในเขตกรุงเทพฯ
ด้านบีบีซี รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยใช้แก๊สน้ำตากับผู้ชุมนุมนับพันคน โดยผู้ชุมนุมเหล่านี้ต้องการล้มล้าง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ลงจากการเป็นนายกรัฐมนตรี
การนำเสนอข่าวของฟรีทีวีในช่วงเช้า มีการนำเสนอข่าวตำรวจยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. แต่ละช่องมีการนำเสนอข่าวม็อบ อพส. เฉพาะช่วงข่าวต้นชั่วโมงของทางสถานีเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นการนำเสนอข่าวโดยนักข่าวภาคสนามโทรศัพท์เข้ามารายงานบรรยากาศของผู้ชุมนุม
ในช่วงของรายการข่าวยอดนิยมอย่าง เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ ของ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ทางช่อง 3 ก็ไม่ได้ให้น้ำหนักกับการเสนอข่าวม็อบ อพส.มากเป็นพิเศษ ในระหว่างวันนั้นสถานีแต่ละช่องก็นำเสนอรายการตามผังปกติ ในเวลา 14.30 น. มีเพียงช่อง 7 สี ที่ตัดเข้ารายการสดจากนักข่าวภาคสนาม เพราะมีการยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมอีกครั้งในบริเวณแยกมิสกวันเมื่อถึงช่วงข่าวภาคค่ำ
หลังจากมีการประกาศเลิกชุมนุม ทางช่อง 3 และช่อง 7 สี ได้นำเสนอลำดับเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวตั้งแต่เช้า แต่ละช่องรายงานข่าวตามสถานการณ์ ไม่ได้มีการสัมภาษณ์บุคคลหรือหน่วยงานในเชิงลึกหรือทำสกู๊ปเจาะแต่อย่างใด
ภายหลัง เสธ.อ้ายประกาศยุติการชุมนุมมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในสื่อโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะเฟซบุ๊กในความเห็นหลากหลาย อาทิ ระวังพวกอารมณ์ค้าง พบกันใหม่ หรือ เสธ.อ้ายทำดีแล้วเพื่อรักษาชีวิตประชาชน แม้กระทั่ง “ออกมาทำไมให้กูงง”







