
สถานการณ์เด่น
09.45 น. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่าจะสามารถควบคุมการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 25-28 พ.ย. ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ปั่นป่วน นอกจากนี้ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาให้ดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่ อีกทั้งทางกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามเองยังยืนยันว่าจะไม่บุกรุกสถานที่ราชการ เชื่อว่าสุดท้ายจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นแน่นอน
09.45 น. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่าจะสามารถควบคุมการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 25-28 พ.ย. ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ปั่นป่วน นอกจากนี้ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาให้ดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่ อีกทั้งทางกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามเองยังยืนยันว่าจะไม่บุกรุกสถานที่ราชการ เชื่อว่าสุดท้ายจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นแน่นอน
10.00 น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. เรียกประชุมผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 19 ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 19 และรอง ผบช.น. ที่เกี่ยวข้อง ซักซ้อมทำความเข้าใจในแผนปฏิบัติที่จะใช้ดูแลกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อทำความเข้าใจในระดับผู้บังคับบัญชาที่จะต้องนำกำลังเข้ามาดูแลผู้ชุมนุม โดยกำชับให้กำลังพลที่เข้ามาดูแลผู้ชุมนุมห้ามพกพาอาวุธมาเด็ดขาด และยืนยันว่าตำรวจจะไม่เข้าทำร้ายประชาชนอย่างแน่นอน
10.15 น. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ อดีต รมว.อุตสาหกรรม เข้าพบพนักงานสอบสวนคดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชี้แจงการเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ 91 ศพ จากเหตุการณ์รุนแรงปี 2553 ในฐานะพยานกรณีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2553 ซึ่งมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีประจักษ์พยานหลายด้านที่ทำให้ต้องมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
11.30 น. กรมเจ้าท่าออกประกาศห้ามเรือเดินทะเล เรือลำเลียง เรือบรรทุกสินค้าอันตราย เรือบรรทุกน้ำมัน เรือลากจูง และแพซุง เดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่บริเวณสะพานพระราม 7 ไปจนถึงสะพานกรุงเทพ เป็นการชั่วคราวตั้งแต่เวลา 17.0023.00 น. ระหว่างวันที่ 2327 พ.ย. เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวในสัปดาห์เทศกาลลอยกระทง
12.00 น. ที่ประชุม ครม.ย่อยที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ทำเนียบรัฐบาล มีมติให้ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นเวลา 9 วันตั้งแต่วันที่ 2230 พ.ย. ในพื้นที่ 3 เขตของ กทม. ได้แก่ เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และเขตดุสิต เพื่อดูแลความสงบในการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม
13.00 น. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ (ภตช.) เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายอรรณพ ลิขิตจิตถะ รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ตรวจสอบกรณีการขนเงินสดออกนอกประเทศและกรณีพบการทุจริตไซฟอนเงินขณะเกิดการชุมนุมเมื่อปี 2553 ซึ่งมีนักการเมืองไซฟอนเงินไม่ต่ำ 1.5 แสนล้านบาท พร้อมเปิดชื่อบนเวทีม็อบ วันที่ 24 พ.ย.นี้
14.00 น. นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้สั่งปิดประชุมสภา เนื่องจากมีสมาชิกในห้องประชุมอยู่ไม่มากนัก หลังจากนายเจะอามิง โตะตาหยง สส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ขอนับองค์ประชุม ระหว่างการพิจารณารับทราบผลการดำเนินการตามญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาพิจารณากรณีเหตุระเบิดในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก จ.นราธิวาส และสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
15.00 น. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ยืนยันว่าการใช้งบประมาณในการรับจำนำข้าว แม้จะขาดทุนบ้าง แต่ไม่ได้ทำให้เกิดการขาดทุนถึง 3 แสนล้านบาท ตามที่หลายฝ่ายตั้งข้อกังวล
นอกจากนี้ การทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ เป็นไปตามข้อตกลงที่ประเทศไทยทำไว้กับประเทศคู่ค้า ส่วนที่ไม่เปิดเผยนั้น เนื่องจากประเทศคู่ค้าไม่อยากให้มีการเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ และพร้อมชี้แจงรายละเอียดทุกเวที
16.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต สว.สรรหา นายสิงห์ทอง บัวชุม สมาชิกพรรคเพื่อไทย และนายหนึ่งดิน วิมุตตินันท์ ทนายความชมรมผู้รักความเป็นธรรม ซึ่งกล่าวหาว่า พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานองค์การพิทักษ์สยาม กระทำการล้มล้างระบบการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการชุมนุมในวันที่ 2425 พ.ย. ไม่ได้มีเจตนาเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐโดยมิชอบ
20.00 น. กระทรวงพาณิชย์ออกประกาศราคาหมูแนะนำต่อไปอีกจนถึงวันที่ 27 พ.ย.นี้ จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายประชาชน เช่น ให้ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคตะวันตก จำหน่ายได้ไม่ต่ำกว่าราคากิโลกรัมละ 56 บาท ส่วนราคาจำหน่ายปลีกหมูเนื้อแดงไม่เกินกิโลกรัมละ 110 บาท ยกเว้นภาคตะวันออก 112 บาท และภาคเหนือ 118 บาท







