posttoday
รำลึกศึกวันแดงเดือด

รำลึกศึกวันแดงเดือด

26 มีนาคม 2553

...มนูญ พุทธวงศ์

วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมเองคิดว่า ประชาชนที่รักประเทศไทยทุกท่านรู้สึกเครียดและกดดันอยู่ ในความรู้สึก ผมเองก็ปฏิเสธไม่ได้ที่รู้สึกอย่างนั้น เป็นความรู้สึกที่ไม่อาจจะอธิบายได้ แต่ผู้อ่านทุกคนที่รู้สึกเหมือนกันจะเข้าใจกันได้ ผมขออนุญาตผู้อ่านทุกท่านเขียนบทความที่อาจจะมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจน้อยลงไปในครั้งนี้

สองสัปดาห์ที่แล้วผมได้เขียนบทความบางส่วนอ้างไปถึงคดียึดทรัพย์ประวัติศาสตร์ของการเมืองไทย โดยผมพยายามชี้ให้เห็นว่า อยากให้ทุกท่านได้พยายามศึกษาข้อมูลที่เป็นจริงมากที่สุด และจึงวิเคราะห์จากข้อมูลที่ได้ ซึ่งตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐ หรือสื่อต่างๆ เองก็มีการพูดถึงการรับรู้ข่าวสารอย่างมีสติเช่นกัน

นอกไปจากนี้ผมยังชี้ให้เห็นว่าวันดังกล่าวไม่ใช่วันสิ้นสุดของการต่อสู้แต่อาจจะเป็นวันเริ่มต้นก็เป็นได้ จนถึงวันนี้ยังไม่มีใครบอกได้ว่าวันที่ 14 มี.ค. นี้ จะเป็นเช่นไร จะดำเนินเรื่องไปอย่างไรและจบลงแบบไหน แต่หากย้อนมองกลับไปเมื่อช่วงเดือน เม.ย. ปีที่แล้ว ซึ่งผ่านไปยังไม่ถึง 1 ปี หลายท่านคงจำได้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรบ้าง แต่ผมเชื่อว่าหลายท่านไม่ทราบว่าความเสียหายจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นประเมินเป็นมูลค่าความเสียหายสักเท่าไหร่

ในเชิงเศรษฐกิจ หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง เหตุการณ์วุ่นวายรุนแรงต่างๆ เริ่มต้นการเข้าทำลายการประชุมผู้นำอาเซียนที่พัทยา ที่ทำให้ประเทศไทยขายหน้าชาวโลกไปแบบคิดมูลค่าไม่ได้เมื่อผู้นำฝูงชนถูกจับกุม ก็มีการปลุกระดมคนให้เข้ามาในกรุงเทพฯ ยึดและปิดถนนต่างๆ เช่น อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หรือเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับชาวบ้านชุมชนในซอยเพชรบุรี 5 และ 7 จนไปถึงเหตุการณ์ใช้รถแก๊สยึดชาวบ้านชุมชนแฟลตดินแดง ทำให้เกิดการสร้างซูเปอร์ฮีโร่ตัวจริงของชาวดินแดงขึ้นมา การยึดรถประจำทางตามสี่แยกและจุดไฟเผา ในที่สุดผู้นำการชุมนุมไม่สามารถควบคุมการชุมนุมได้ และยอมมอบตัวในที่สุด แต่ก็ไม่ครบทุกคน และอ้างว่าคนที่ก่อความรุนแรงไม่ใช่คนเสื้อแดง

ทั้งๆ ที่ตลอดเวลาที่อยู่บนเวที สามารถรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์ต่างๆ ได้ทันท่วงที ที่ผมบรรยายมาทั้งหมดเพื่อพยายามกู้ภาพความทรงจำกลับมาก่อนที่จะข้ามไปถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น ดังนี้

1.ความเสียหายของ กทม. ได้แก่ ราวสะพาน ผิวจราจร ทางเท้า กล้อง CCTV จำนวน 30 กล้อง พร้อมอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ป้ายจราจร สัญญาณไฟจราจร ศาลาพักผู้โดยสาร รวมแล้วประมาณ 15 ล้านบาท

2.ความเสียหายของรถสาธารณะ โดยกลุ่มคนเสื้อแดงได้ยึดรถโดยสารไปทั้งหมด 52 คัน เป็นรถ ขสมก. 33 คัน และรถร่วม ขสมก. 19 คัน ถูกเผาไป 23 คัน เสีหาย 29 คัน คิดเป็นเงินประมาณ 30 ล้านบาท ทั้งนี้ไม่รวมค่าเสียหายจากรายได้ที่ลดลงจากการเก็บค่าโดยสารประมาณ 40% ของปกติ ในช่วงวันที่ 814 เม.ย.

3.ผู้เสียหายและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ทั้งหมด 135 ราย โดยเสียชีวิต 2 ราย ไม่รวมถึงคำอ้างของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ว่ามีผู้ชุมนุมเสียชีวิตจากการใช้กำลังสลายม็อบของฝ่ายรัฐบาล

4.ตลาดการท่องเที่ยวโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาในเมืองไทยไม่ได้ในช่วง Peak Season แบบนี้ และอาจเสียภาพลักษณ์ไปอีกนาน ประเมินค่าความเสียหายกว่า 1 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 1 ใน 5 ของทรัพย์สินที่ยึดได้จากอดีตนายกรัฐมนตรี

5.นักท่องเที่ยวหาย 60% หรือคิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 7 ล้านคน หากนักท่องเที่ยว 1 คน ใช้เงินในการท่องเที่ยวประเทศไทยประมาณ 2 หมื่นบาท ก็คิดเป็นรายได้ของประเทศที่หายไปประมาณ 1.4 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 3 เท่าของทรัพย์สินที่ยึดได้จากอดีตนายกรัฐมนตรี

โดยรวมแล้วหากประเมินตัวเลขคร่าวๆ ศึกวันแดงเดือดทำให้ประเทศเสียหายประมาณ 1.5 แสนล้านบาท ยังไม่นับรวมการปิดสนามบินของการชุมนุมอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งคาดการณ์ความเสียหายในครั้งนั้นต่อประเทศก็ประมาณ 1 แสนล้านบาทเช่นกัน

ความบอบช้ำของประเทศไทย 2 ครั้งที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 2.5 แสนล้านบาท เงินที่หายไปหากนำเอาไปจ่ายเป็นเงินค่าชราภาพที่จ่ายให้ผู้สูงอายุในประเทศไทยเดือนละ 500 บาท จำนวนประมาณ 1.5 ล้านคน สามารถเอาไปจ่ายได้ถึง 25 ปี

หากเอามาจัดสรรเป็นทุนการศึกษาให้เรียนต่อปริญญาตรี โดยต้นทุนค่าเล่าเรียนปริญญาตรีนักเรียน 1 คน ประมาณ 1 แสนบาท สามารถนำมาเป็นทุนการศึกษาให้นักเรียนจนเรียนจบปริญญาตรีประมาณ 2.5 ล้านคน

ดูตัวเลขของมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เราเสียหายไปสูงจนน่าตกใจ

ผมเองในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่ไม่เลือกจะยืนฝ่ายไหนก็ตามที่ทำร้ายประเทศไทย หวังว่าการชุมนุมในครั้งนี้ ผู้ชุมนุมทุกท่านจะตระหนักถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นใน 2 ครั้งที่ผ่านมา และหยุดคิดก่อนที่จะทำอะไรไปก็ตามที่มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทย

แค่นี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกท่านรักชาติและรักประเทศไทยจริง และขออธิษฐานให้ผู้อ่านปลอดภัยตลอดช่วงวันแดงเดือดเดือนนี้ครับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ