
ผู้ว่าฯอุดรดึงกนอ.ฟื้นโครงการนิคมอุตสาหกรรม
ผู้ว่าฯ อุดร ดึง กนอ. ผุดนิคมอุตสาหกรรม คาดใช้พื้นที่เดิมของเอกชนที่พับโครงการหลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540
ผู้ว่าฯ อุดร ดึง กนอ. ผุดนิคมอุตสาหกรรม คาดใช้พื้นที่เดิมของเอกชนที่พับโครงการหลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540
นายเสนีย์ จิตตเกษม ผวจ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ได้เชิญนายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) มาศึกษาดูพื้นที่ ใน จ.อุดรธานี ในการตั้งนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับความสนใจจาก กนอ. ในพื้นที่ของภาคเอกชนอุดรธานี บริเวณบ้านชัยพร ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งเคยมีโครงการสร้างนิคมอุตสาหกรรมมาตั้งแต่ปี 2535 ซึ่งกลุ่มนักธุรกิจในอุดรธานีรวมตัวกันหาพื้นที่ได้มากกว่า 2,000 ไร่ มีการศึกษาความเหมาะสมรวมทั้งเตรียมสาธารณูปโภคพื้นฐานไว้แล้ว แต่โครงการหยุดไปจากปัญหาภาวะเศรษฐกิจประเทศช่วงปี 2539-2540
นายเสนีย์ กล่าวว่า เมื่อมารับตำแหน่งผู้ว่าฯ อุดรธานี ได้เห็นความพร้อมของนักธุรกิจอุดรธานีในเรื่องพื้นที่ที่มีความเหมาะสม มีการเตรียมระบบวางสายไฟฟ้า รวมไปถึงมีความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้า ที่ส่งมาจาก สปป.ลาว พร้อมรับการเจริญเติบโตมากว่า 6 ปี อีกทั้งมีแผนรองรับระยะยาวไว้ด้วย ขณะที่ระบบน้ำได้เตรียมการไว้บ้างแล้ว ประกอบกับเมื่อครั้งที่เป็นผู้ว่าฯ ชลบุรี และผู้ว่าฯ ระยอง มีนักธุรกิจ นักลงทุน บอกมาว่า ถ้ามีโอกาสมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคอีสาน ก็ลองพิจารณาดูว่ามีโครงการนิคมอุตสาหกรรมของจังหวัดใดบ้าง และก็เห็นว่าอุดรธานีมีความพร้อม
นายเสนีย์ กล่าวว่า หลังจาก กนอ. ได้เข้ามาศึกษาพื้นที่แล้ว ก็จะมีนำข้อมูลไปเสนอสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อในการส่งเสริมการลงทุนในเขต จ.อุดรธานี คาดว่าปีนี้น่าจะเห็นผลสำเร็จ โดยทางจังหวัดจะสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม โดยอุตสาหกรรมประเภทแรกที่น่าจะได้รับการสนับสนุนการลงทุน คืออุตสาหกรรมที่ใช้ทรัพยากรในพื้นที่ อาทิ ยางพารา ข้าว และอื่นๆ อีกประเภทคือ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ที่ส่วนหนึ่งอพยพมาจากภาคกลางหลังจากถูกน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่ผ่านมาด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พื้นที่ที่คาดว่าจะเป็นที่ตั้งนิคมอุตสาหกรรมอยู่ห่างจากถนนมิตรภาพเพียง 3 กม. โดยมีทางแยกเป็นแนวถนนกว้าง 50 เมตร บริเวณ กม.15 ถนนอุดรธานีขอนแก่น บ้านชัยพร ต.โนนสูง และมีการสร้างสะพานข้ามทางรถไฟแล้ว ห่างจากสถานีรถไฟบ้านหนองตะไก้ ต.หนองไผ่ อ.เมือง เพียง 4 กม. และยังติดกับพื้นที่เขตสัมปทานเหมืองแร่โปแตช โดยขณะนี้มีการสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เตรียมรองรับโครงการเดิมไว้แล้ว







