
กสท.ชี้ยังไม่ได้จดหมายห้ามบอลโลกจอมืด
“กสท.” โต้ยังไม่ได้รับจดหมายจากพาณิชย์ ห้ามจอดำกีฬาระดับโลกของมนุษยชาติ ยันต่างประเทศก็ห้าม
“กสท.” โต้ยังไม่ได้รับจดหมายจากพาณิชย์ ห้ามจอดำกีฬาระดับโลกของมนุษยชาติ ยันต่างประเทศก็ห้าม
จากที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาแจ้งว่าได้ทำหนังสือท้วงติง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ตั้งแต่เดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ในการจะกำหนดรายการที่เกี่ยวกับการแข่งขันกีฬา 7 รายการ อาทิ ซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ โอลิมปิก และฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย เป็นกีฬาที่จะต้องถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีเท่านั้น โดยให้เหตุผลว่าเป็นกีฬาที่มีคนไทยมีส่วนร่วมและสนใจมาก โดยอยู่ระหว่างรอลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า ไม่ได้รับหนังสือท้วงติงจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวกับหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไปเท่านั้น หรือมัสต์แฮฟ ซึ่งการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอยู่ในร่างประกาศนี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดนี้เป็นกติกาสากลที่หลายประเทศทั่วโลกใช้ทั้งในยุโรปและล่าสุดเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ประเทศมาเลเซียเพิ่งประกาศใช้ ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นการการันตีสิทธิของผู้ชมที่จะได้รับชมรายการกีฬาสำคัญที่ประชาชนควรเข้าถึงได้ และจะไม่ทำให้เกิดปัญหาจอดำในอนาคต ขณะนี้ร่างหลักเกณฑ์ดังกล่าวผ่านบอร์ด กสทช.ชุดใหญ่แล้ว อยู่ในขั้นตอนการประกาศในราชกิจจานุเบกษา
สำหรับกรณีนายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ ไม่ไปให้ข้อมูลกับคณะทำงานตรวจสอบการประมูล 3จี ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. นายสมเกียรติ ระบุว่าคณะทำงานดังกล่าวไม่ถูกต้อง
ตามที่ คณะทำงานตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ หรือใบอนุญาต 3G ที่แต่งตั้งโดย กทค. ได้ประสานงานให้ผมไปให้ข้อมูลนั้น ผมขอแจ้งให้ทราบว่า ผมประสงค์ที่จะไม่ไปให้ข้อมูลแก่คณะทำงานดังกล่าว ด้วยเหตุผลต่างๆ ดังนี้
ประการที่หนึ่ง ผมเห็นว่า ขอบเขตของคณะทำงานดังกล่าวไม่ถูกต้อง ดังปรากฏในชื่อของคณะทำงาน เนื่องจากปัญหาใหญ่ที่สุดในการประมูลคลื่น 3G นั้น เกิดจากการออกแบบการประมูลโดย กทค. เอง มากกว่าเกิดจากพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมประมูล ซึ่งย่อมต้องเสนอราคาต่ำที่สุดเพื่อประโยชน์ของตน ทั้งนี้ การเสนอราคาต่ำดังกล่าว จะไม่สามารถทำได้ หาก กทค ไม่ออกกฎการประมูลจำกัดให้แต่ละรายถือได้คลื่นไม่เกิน 15 MHz ตั้งแต่แรก การตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมประมูล จึงเป็นการเบี่ยงเบนประเด็น ให้สังคมเข้าใจว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจาก กทค.
ประการที่สอง ผมเคยเข้าร่วมเป็นอนุกรรมการของ กทค. บางชุด เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของสัญญาประกอบกิจการด้านโทรคมนาคม และเห็นว่า กรรมการบางท่าน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ น่าจะไม่ได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาในการรักษาผลประโยชน์ของประชาชน กรรมการรายเดียวกันนี้เองก็มีบทบาทสำคัญอยู่ในคณะทำงานตรวจสอบชุดนี้ ทำให้ผมไม่เชื่อมั่นในการทำงานของคณะทำงานชุดนี้
ประการที่สาม ที่ผ่านมา หลังการประมูล 3G ล้มเหลวและสร้างความกังขาแก่สังคม กทค. มักกล่าวอ้างว่า การตัดสินใจต่างๆ ของตนเกิดขึ้นจากการเสนอของคณะอนุกรรมการ 3G ซึ่งมีเพื่อนร่วมงานของผม และนักวิชาการอื่นร่วมอยู่ด้วย ทั้งที่ในความเป็นจริง การเปลี่ยนหลักเกณฑ์การประมูลให้ผู้ประกอบการถือได้คลื่นไม่เกิน 15MHz ไม่ได้เป็นข้อเสนอของคณะอนุกรรมการฯ ตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด แต่เป็นการดำเนินการของ กทค. เอง ในครั้งนี้ ผมจึงเชื่อว่า หากผมไปให้ข้อมูล ชื่อของผมก็จะถูกนำไปอ้างเพื่อสร้างความชอบธรรมของผลการตรวจสอบของคณะทำงานดังกล่าวในลักษณะเดียวกันอีก
ผมเห็นว่า วิธีการที่ผมจะสามารถให้ข้อมูลแก่ กทค. โดยจะไม่ถูกนำไปแอบอ้างอย่างไม่เหมาะสมคือ การให้ข้อมูลแก่สาธารณะผ่านสื่อมวลชน ดังที่ได้เคยให้ความเห็นมาโดยตลอด ในครั้งนี้ ก็เช่นเดียวกัน หาก กทค. ประสงค์ที่จะได้รับข้อมูลจากผม ก็สามารถหาอ่านจากบทความที่ผมเคยเขียน และเคยให้สัมภาษณ์ ทางสื่อมวลชน หรือที่อยู่ในเว็บไซต์ของทีดีอาร์ไอ







