
การเมืองสภาอุตฯ เด้ง'พยุงศักดิ์'ดึง'สันติ'กลับมาเสียบแทน
ความขัดแย้งภายในองค์กรขนาดใหญ่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เริ่มก่อตัวมาระยะหนึ่ง
ความขัดแย้งภายในองค์กรขนาดใหญ่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เริ่มก่อตัวมาระยะหนึ่ง
ตั้งแต่สมาชิกออกมาเรียกร้องเรื่องการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท ในครั้งแรกที่มีผลบังคับใช้ในเดือน เม.ย. 2555 ซึ่งสมาชิกพยายามเรียกร้องให้ ส.อ.ท. เป็นแกนนำในการหารือกับภาครัฐ เพื่อชะลอการปรับขึ้นค่าจ้าง แต่ในครั้งนั้นก็ไม่เป็นผล 7 จังหวัดนำร่องจึงต้องเป็นจังหวัดนำโดนปรับขึ้นค่าจ้างเป็น 300 บาทต่อวัน ขณะจังหวัดที่เหลือต้องปรับค่าจ้างเพิ่ม 40%
ครั้งล่าสุดความขัดแย้งได้ขยายตัวและรุนแรงขึ้น เมื่อใกล้เวลาที่นโยบายการปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาททั่วประเทศของรัฐบาล จะมีผลอีกครั้งในวันที่ 1 ม.ค. 2556 ซึ่งสมาชิกสภาอุตสาหกรรมสายงานจังหวัด รวมถึงสายงานแรงงาน ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลชะลอการขึ้นค่าจ้างออกไปจนถึงปี 2558 หรือหามาตรการบรรเทาผลกระทบที่เหมาะสมให้แก่ผู้ประกอบการ ซึ่งข้อเรียกร้องของสมาชิกไม่ได้รับการตอบรับจาก พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท. โดยไม่ได้ดำเนินการตามที่สมาชิกต้องการ
ดังนั้น สมาชิกในสายงานจังหวัดและสายงานแรงงาน จึงไม่พอใจท่าทีของประธานเป็นอย่างมาก และมาถึงจุดแตกหักเมื่อการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ที่ไม่มีการนำผลกระทบค่าจ้าง 300 บาท เข้าหารือร่วมกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทำให้สมาชิกออกมาเรียกร้องและจะดำเนินการเอง โดยไม่ผ่านการทำงานของประธาน ส.อ.ท. และสมาชิกได้เข้าร่วมทำงานกับคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) ดำเนินการผลกระทบค่าจ้าง จนได้แนวทางการทำงานที่พอใจไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งภายใน ส.อ.ท. กลับยิ่งขยายตัวออกไปถึงขั้นที่สมาชิกจะรวมตัวกันกดดันให้ประธาน ส.อ.ท. ลาออกจากตำแหน่งในที่ประชุมคณะกรรมการ ส.อ.ท. (กส.) ในวันที่ 26 พ.ย. 2555 รวมทั้งยังมีการทาบทาม สันติ วิลาสศักดานนท์ อดีตประธาน ส.อ.ท. และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง มาทำหน้าที่ประธาน ส.อ.ท.แทน ซึ่ง สันติ ถือเป็นผู้ที่สนับสนุน พยุงศักดิ์ ให้ขึ้นมานั่งตำแหน่งประธาน ส.อ.ท. แต่ขณะนี้ได้ประกาศเลิกสนับสนุน พยุงศักดิ์ แล้ว ทำให้ฐานเสียงของ พยุงศักดิ์ ซึ่งมาจากกลุ่มสหพัฒน์หายไป
ทั้งนี้ รายงานข่าวจาก ส.อ.ท. แจ้งว่า ได้มีการติดต่อทาบทาม สันติมาทำหน้าที่ประธาน ส.อ.ท. แทน พยุงศักดิ์ ซึ่งคาดว่า สันติ น่าจะตอบรับเข้ามาทำงานต่อในช่วงระยะเวลาที่เหลือจนกว่าจะหมดวาระในปี 2557 ซึ่งมีเวลาเหลืออยู่ประมาณกว่า 1 ปี โดย สันติ เคยนั่งเป็นประธาน ส.อ.ท. มา 2 สมัยติดต่อกัน จึงน่าจะเป็นการดีที่จะเข้ามาช่วยทำงานร่วมกับสมาชิก และสมาชิกก็เคยร่วมงานกันมาอยู่แล้ว
สำหรับในวันที่ 26 พ.ย. 2555 ที่จะมีการประชุม กส. สมาชิกจะรับฟังคำชี้แจงจาก พยุงศักดิ์ หากชี้แจงได้ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ก็ถือเป็นการเข้าใจกันด้วยดี แต่หากยังไม่ชี้แจงให้เข้าใจ สมาชิกจะโหวตลงคะแนนให้ประธานพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากประธานไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ รวมทั้งจะโหวตลงคะแนนเลือกประธานคนใหม่ แต่การตัดสินใจทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับสมาชิก
ด้าน พยุงศักดิ์ กล่าวหลังจากการเดินทางร่วมคณะกับนายกรัฐมนตรีไปประเทศอังกฤษ ว่า พร้อมที่จะไปชี้แจงปัญหากับสมาชิกในวันที่ 26 พ.ย.นี้ เพื่อชี้แจงข้อมูลต่อสมาชิกที่อาจยังไม่ได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน รวมทั้งไม่คิดจะลาออกจากตำแหน่ง เพราะต้องรับผิดชอบรักษาองค์กร และต้องทำงานให้อยู่ในความถูกต้อง
กรณีที่ สันติ ออกมาไม่สนับสนุนการทำงานต่อไปนั้น ยังไม่ทราบข้อมูลดังกล่าว ซึ่งอาจจะเป็นความคิดเห็นส่วนตัว และยังไม่ได้พูดคุยกันเลย ส่วนเรื่องที่มีการจัดตั้งขบวนการภายใน ส.อ.ท. ที่พยายามจะบิดเบือนข้อเท็จจริงนั้น และหาผลประโยชน์ส่วนตัวตามในจดหมายที่ได้แจ้งแก่สมาชิก ก็คงเริ่มเห็นแล้วว่าใครเป็นตัวละครบ้าง ปัญหาภายใน ส.อ.ท.ซับซ้อน เพราะเป็นองค์กรใหญ่ ซึ่งหลังจากนี้จะดูแลและเข้าไปตรวจสอบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการแบ่งกลุ่มขึ้นมาอีก
“ในฐานะประธาน ส.อ.ท. ต้องแก้ปัญหาให้ลุล่วง ทำให้เกิดความสงบ โปร่งใส ไม่มีปัญหาอื่นๆ มาข้องแวะ โดยจะทำงานอย่างมีเหตุผล ตามหลักการที่ถูกต้อง ในเชิงสร้างสรรค์ ส่วนปัญหาภายในก็ควรคุยกันภายใน เพราะเราทำงานแบบเป็นมิตร ไม่ใช่การเอาชนะ” พยุงศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ พยุงศักดิ์ กล่าวถึงเวิร์กช็อปในวันที่ 20 พ.ย.นี้ แม้ที่ประชุม กกร.ใหญ่ จะได้ข้อสรุปในการแก้ปัญหาแล้วว่า ยังคงยืนยันจัดเวิร์กช็อปเพื่อระดมความเห็นสมาชิกถึงผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาท โดยจะระดมความคิดเห็นจากสายงานวิชาการ สายงานเศรษฐกิจ และสายงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อุตสาหกรรมการผลิต (เอสเอ็มไอ) และยืนยันว่าที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่ด้วยความตั้งใจ
พยุงศักดิ์ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งวาระแรกในช่วงปี 2553-2555 และได้รับเลือกตั้งจากกรรมการขึ้นเป็นประธานในวาระที่ 2 ระหว่างปี 2555-2557 ปัจจุบันนั่งตำแหน่งประธานคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมประกันภัยพิบัติ คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) กรรมการธนาคารกรุงไทย คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อ สันติ เพื่อตรวจสอบข้อมูลในเรื่องที่ถูกทาบทามให้มาทำหน้าที่ประธาน ส.อ.ท.แทน พยุงศักดิ์ แต่ไม่สามารถติดต่อได้
ดังนั้น ในวันที่ 26 พ.ย.นี้ ซึ่งจะมีการประชุมคณะกรรมการ ส.อ.ท. คงต้องจับตาดูว่ากลุ่มสมาชิกที่ต่อต้าน พยุงศักดิ์ จะดำเนินการบีบให้พ้นตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมได้หรือไม่ เพราะตาม พ.ร.บ.สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรรมการจะพ้นตำแหน่งได้เมื่อลาออก หรือที่ประชุมใหญ่ ส.อ.ท. มีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุม ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุน พยุงศักดิ์ จะมีท่าทีและเดินเกมสู้อย่างไร ก่อนต้องไปสู้กันอีกยกในการประชุมใหญ่เดือน มี.ค. 2556 เกมการเมืองในสภาอุตสาหกรรมครั้งนี้จึงน่าติดตามอย่างยิ่งยวด







