
ไม่รุกการเมืองก็แพ้
ในนาทีนี้ถ้าไม่พูดถึงการชุมนุมของม็อบเหลืองที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่อีกกี่วันข้างหน้า
โดย...จำลอง บุญสอง
ในนาทีนี้ถ้าไม่พูดถึงการชุมนุมของม็อบเหลืองที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่อีกกี่วันข้างหน้า ข้อเขียนก็คงไม่คู่ควรแก่การอ่านแน่เพราะผู้คนจำนวนมากกำลังเฝ้าดูว่า เสธ.อ้ายจะ มี “ทีเด็ด” อะไรมา “น็อก” รัฐบาลแดง
บอกตามตรงว่าผมเองก็ไม่สามารถรู้วงในได้ว่า “เสธ.อ้าย” กับพวกกับ “แดงธิดา เหวง จตุพร” กับพวกจะมีทีเด็ดอะไรสู้กัน เพราะไม่ได้เข้าไปคลุก “วงใน” เหตุที่ไม่เข้าไปคลุกวงใน ก็เพราะคู่เหลืองและแดงเป็นขบวนเผด็จการที่ไม่มีประโยชน์อะไรต่อประชาชนนั่นเอง
หัวใจสำคัญของการทำสงครามก็คือ “การรุกทางการเมือง” ถ้าไม่การรุกทางการเมืองก็ต้องใช้การทหาร “หัก” เอาแบบหน้าด้านๆ ดังเช่นอเมริกากระทำต่ออิสลาม ต่อเวียดนาม หรือที่เผด็จการไทยกระทำต่อประชาชนในสามจังหวัดภาคใต้
ถามว่าม็อบเสธ.อ้ายซึ่งประกอบส่วนไปด้วยเหลืองหลายพวกนั้น ได้กระทำการรุกทางการเมืองต่อฝ่ายรัฐบาลแดงหรือไม่ คำตอบก็คือไม่ ที่ไม่ก็เพราะเขาไม่รู้ว่าการรุกทางการเมืองคืออะไรเมื่อไม่รู้ก็คิดได้อย่างเดียวว่าต้องเอามวลชนมา “จุดชนวน” จุดติดแล้วก็จะใช้มาตรการทางการทหาร “หักเอาดื้อๆ” อย่างที่เคยทำมาในอดีตส่วนแดงก็เอามวลชนมาเตรียมพร้อมเอาไว้พอทหารออกมาก็ “เก” มวลชนเข้าไป “ทับ” เหมือน “เก” ไพ่ เกทับกันแบบนี้ใครตายครับ ถ้าไม่ใช่มวลชน ตายแล้วก็เอามาสดุดีกันเป็นวีรบุรุษโน่นวีรบุรุษนี่ทั้งๆ ที่ตายไปเพื่อเผด็จการแท้ๆ
คนสงสัยว่าขบวนเหลืองทำสำเร็จหรือไม่สำเร็จ? คำตอบก็คือไม่สำเร็จมากกว่าสำเร็จ ที่ไม่สำเร็จก็คือโลกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว การใช้มาตรการทางการทหารเพื่อ “กระชับ” “ระบอบเผด็จการเหลือง” แบบที่เคยกระทำได้มาในอดีต Expired ไปแล้วในโลก พอมีข่าวการชุมนุมเพื่อรัฐประหารผู้นำซีกโลกฝ่ายอเมริกาก็มาเยี่ยมเยือนนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เพื่อแบ็กอัพทางการเมืองให้ทันที
เหตุการณ์ต่างๆ มันไม่ได้เกิดขึ้นเองนะครับ!
ที่สำคัญคือการเมืองของเผด็จการเหลืองไม่ได้เหนือกว่าเผด็จการแดง ที่ไม่เหนือกว่าก็เพราะคุณลักษณะของความเป็นเหลือง “ล้าหลัง” กว่าแดง ทั้งๆ ที่แดงเป็นขบวนเผด็จการที่ร้ายแรงกว่าเหลืองแท้ๆ
เหลืองจะเอาชนะแดงได้อย่างเดียวก็คือเปลี่ยนคุณลักษณะความเป็นเผด็จการของตนลงเสียและใช้การรุกทางการเมืองต่อแดงอย่างต่อเนื่อง แค่นี้ก็เอาชนะต่อแดงได้อย่างไม่ยากเย็น! ในขณะเดียวกันแดงจะเอาชนะเหลืองได้ก็ไม่ยากแค่เปลี่ยนคุณลักษณะเหลืองมาเป็นลักษณะของประชาชนเสีย รุกทางการเมืองนิดเดียวเหลืองก็หมดสภาพ
แต่จะให้ขบวนเผด็จการไม่กดขี่ขูดรีดมันก็ไม่ใช่ขบวนเผด็จการ นายทุนไม่ว่านายทุนน้อยหรือนายทุนใหญ่ นายทุนเก่าหรือนายทุนใหม่ก็ต้องมีหน้าที่ขูดรีด
เสือไม่กินเนื้อมันก็ไม่ใช่เสือ!
การชุมนุมของเหลืองที่ “ไม่มีน้ำยาทางการเมือง” กับ “รัฐบาลเผด็จการแดง” ที่เอาเงินภาษีของประชาชนมาประชานิยมซื้อเสียงชาวนาล่วงหน้าเพื่อให้เงินไปรวมศูนย์ที่ทุนใหญ่ เป็นการต่อสู้ของ “ผีเน่ากับโลงผุ” นกกระสาไม่ว่าจะทาปีกสีเหลืองหรือทาปีกสีแดง หรือทาปีกสีเหลืองสลับแดงก็ต่างล้วนแต่กินกบคือประชาชนด้วยกันทั้งคู่
เรียน เสธ.อ้ายประดับความรู้เอาไว้ดังนี้ครับ ข้อเสนอของ เสธ.เทียบไม่ได้กับผลงานที่เป็นรูปธรรมของยิ่งลักษณ์ พ.ค.ท.ให้ยิ่งลักษณ์ซื้อใจชาวนากำลังทางยุทธศาสตร์เอาไว้ด้วยการประกันราคาข้าว ใครไปทำอะไรคุณยิ่งลักษณ์ก็ต้องเจอกับชาวนา ถ้าเสธ.อ้ายมีกำลังกรรมกร เสธ.อ้ายก็จะสู้กับพรรคชินวัตรได้
สมัยโคไมนีสู้กับชาร์แห่งอิหร่านผู้มีทุกสิ่งอยู่ในมือ ชาร์ปฏิวัติเขียว สร้างอุตสาหกรรมสมัยใหม่และมีกองทัพเกรียงไกรเป็นอันดับ 3 ของโลก โคไมนีเสนอต่อประชาชนอิหร่าน 3 ข้อคือ 1.ตัดมือต่างประเทศ (คือไม่เอาอเมริกัน) 2 ขับไล่พระเจ้าชาร์ และข้อที่สำคัญที่สุดก็คือ 3.เขาจะทำอำนาจอธิปไตยปวงชน ข้อที่ 3 นี่แหละที่ทำให้โคไมนีเอาชนะพระเจ้าชาร์ได้ เจตนา เสธ.อ้ายก้าวหน้า (คือไม่เอานักการเมือง) แต่ข้อเสนอ 3 ข้อเป็นปฏิกิริยา จะเอาชนะยิ่งลักษณ์และพวกแดงที่สืบทอดแนวทาง 2475 ที่แช่แข็งประชาธิปไตยมาแล้วถึง 80 ปี (เช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์) ได้อย่างไร
พวกที่แช่แข็งประเทศหนักที่สุดก็คือพวกลัทธิรัฐธรรมนูญนิยม หรือพวก Constitutionalism นั่นแหละ ที่ทำให้ประเทศไทยกลายเป็น “คนป่วย” แห่ง South East Asia!
ปล. 1.“เผด็จการ” (ใช้ประชานิยม) “รวมศูนย์” “ทุน” คือเอาเงินภาษีประชาชนไปซื้อเสียงเพื่อให้ทุนที่แตกออกไปกลับคืนกลับสู่อุ้งมือนายทุนผูกขาดที่อยู่เบื้องหลังการเมืองไทย
2.“ประชาธิปไตย” “กระจาย” ทุนเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับปัจเจกชน เพื่อที่ประชาชนจะไม่ถูกทุนผูกขาดคุมขังทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม
3. “คอมมิวนิสต์” “ทำลาย” “ทุน” แบบเดียวกับสมัยเหมาและเขมรแดง
ท่านจะเลือกแนวทางใด!







