
กสทช.ไฟเขียวผลประมูล3จี
ชี้อำนาจกทค.ไม่ส่งกฤษฎีกาตีความผ่านร่างมัสต์แฮฟดูบอลโลกจอไม่ดำ
ชี้อำนาจกทค.ไม่ส่งกฤษฎีกาตีความผ่านร่างมัสต์แฮฟดูบอลโลกจอไม่ดำ
บอร์ด กสทช. ลงมติ 8 ต่อ 2 ไม่ส่งกฤษฎีกาตีความอำนาจรับรองผลประมูล 3จี
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประขุมบอร์ดมีมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 2 เสียง ไม่ส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความอำนาจการรับรองผลประมูลใบอนุญาตให้บริการ (ไลเซนส์) 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เพราะถือเป็นอำนาจของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ไม่ต้องเสนอให้ กสทช.รับรองผล มติดังกล่าวส่งผลให้บอร์ด กสทช. ไม่มีอำนาจรับรองผลประมูล 3จี เมื่อวันที่ 16 ต.ค. จึงเป็นเพียงรายงานเพื่อทราบขั้นตอนการประมูล ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นให้ที่ประชุมรับทราบเท่านั้น
ขณะที่คณะทำงานตรวจสอบพฤติกรรมการเคาะราคาประมูล 3จี ที่มี นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน ได้เรียกผู้เข้าร่วมประมูล 3 ราย เข้าชี้แจงเมื่อวันที่ 13 พ.ย. ได้ข้อสรุปเบื้องต้น ว่าไม่พบพฤติกรรมที่ผิดปกติ หรือมีการสมยอมราคา และจะเชิญ นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงคลัง ให้ข้อมูลในวันที่ 16 พ.ย.
นอกจากนี้ ที่ประชุม กสทช. ได้มีมติผ่านร่างประกาศหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป โดยได้กำหนดรายการโทรทัศน์ 7 ประเภทที่ต้องออกอากาศผ่านฟรีทีวี (Must Have) ซึ่งรวมถึงการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย (ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ ไฟนอล) หลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นคนละส่วนกับผู้ที่ซื้อลิขสิทธิ์มาก่อนหน้านี้ จึงเปิดให้บริษัท อาร์เอส สามารถมาเจรจาเป็นกรณีพิเศษได้
วันเดียวกันศาลปกครองกลางได้ไต่สวนผู้ตรวจการแผ่นดิน ในคดีที่ยื่นฟ้อง กสทช. ให้เพิกถอนการจัดประมูล 3จี โดย นายเฉลิมศักดิ์ จันทร์ทิม เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ศาลได้ไต่สวน 2 ประเด็น คือการจัดประมูลมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญอย่างไร และสาเหตุที่ขอให้ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำสั่ง
นายเฉลิมศักดิ์ กล่าวว่า ได้ชี้แจงว่า แม้ กสทช. จะใช้วิธีการประมูล แต่ก็ไม่เป็นการแข่งขันที่เสรีเป็นธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ ตามที่รัฐธรรมนูญให้ความสำคัญ นอกจากนี้ได้ชี้แจงศาล ว่า พ.ร.บ.องค์การจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ได้บัญญัติว่า หากมีการออกใบอนุญาตแล้วถือว่าเอกชนรายนั้นเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตไปเลย แต่หากคดียังไม่เป็นที่ยุติ แล้ว กสทช.ออกใบอนุญาตไปก่อนจะเกิดความเสียหาย เพราะยังมีปัญหาว่ารายได้ที่รัฐได้รับเกิดประโยชน์สูงสุดจริงหรือไม่ จึงจำเป็นที่ศาลควรจะมีคำสั่งชะลอการออกใบอนุญาตไว้ก่อน
ทั้งนี้ ในวันที่ 15 พ.ย. ศาลจะมีการไต่สวน กสทช. ซึ่งเป็นฝ่ายผู้ถูกร้องในเวลา 13.30 น.







