
ซักฟอก'ปู'/ถอดยศ'มาร์ค'
สัปดาห์ที่ผ่านมามีความชัดเจนในศึกซักฟอกที่จะปะทุขึ้นในวันที่ 25-26 พ.ย. และลงมติในวันที่ 27 พ.ย.นี้
สัปดาห์ที่ผ่านมามีความชัดเจนในศึกซักฟอกที่จะปะทุขึ้นในวันที่ 25-26 พ.ย. และลงมติในวันที่ 27 พ.ย.นี้
ฝ่ายค้านนำโดยพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พ่วงด้วยบุคคลในคณะรัฐมนตรีอีก 3 ราย ประกอบด้วย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม และ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.มหาดไทย
ทว่า มีเพียง ร.ต.อ.เฉลิม เท่านั้นที่ไม่ถูกยื่นถอดถอน
ประเด็นการอภิปรายนายกฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อาทิ บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ไร้ความสามารถ เกิดการทุจริต เลือกปฏิบัติ เอื้อพวกพ้อง หลายมาตรฐาน โกงทั้งแผ่นดินขณะที่อีก 3 บุคคล ได้แก่ ลุแก่อำนาจ ขาดจริยธรรม เล่นพรรคเล่นพวก มุ่งสนองผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าประชาชน
ขณะที่วุฒิสภาจะขอเปิดอภิปรายทั่วไปช่วงบ่ายวันที่ 27 พ.ย. ภายหลังสภาผู้แทนราษฎรลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงเช้า และจะอภิปรายต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 28 พ.ย. เวลาเที่ยงคืน ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับการปิดสมัยประชุมรัฐสภา
อีกสถานการณ์ร้อนทางการเมือง พล.อ.อ.สุกำพล ได้ลงนามเห็นชอบมติของคณะกรรมการรวบรวมข้อมูล เพื่อดำเนินการถอดยศและเรียกเบี้ยหวัดคืนจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีมติให้ถอดยศและพิจารณาเรียกเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ทางราชการคืน โดยขั้นตอนต่อจากนี้จะส่งเรื่องไปยังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อดำเนินการต่อไป
ด้านนายอภิสิทธิ์ ระบุว่า มติดังกล่าวเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง มีสิ่งผิดสังเกตคือ เร่งรัดและรีบสรุป จึงได้มอบให้ฝ่ายกฎหมายร่างการโต้แย้ง เพื่อส่งให้ศาลปกครองวินิจฉัย เนื่องจากเป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ขณะที่โฆษกพรรคฯ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เชื่อว่า คงไม่สามารถถอดยศนายอภิสิทธิ์ได้ โดยผู้ที่สมควรถูกถอดยศคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพราะมีพฤติกรรมทุจริตขณะดำรงตำแหน่ง และบุคคลที่จะถูกถอดยศรายต่อไปคือตัว พล.อ.อ.สุกำพล เอง
อย่างไรก็ดี ล่าสุดกระทรวงกลาโหมมีคำสั่งเรื่องให้ปลดนายอภิสิทธิ์ออกจากราชการให้เป็นทหารกองหนุน ลงวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าการชุมนุมขับไล่รัฐบาลขององค์การพิทักษ์สยาม นำโดย พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย ที่นัดแสดงพลังในวันที่ 24 พ.ย. ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า โดย พล.อ.บุญเลิศ มั่นใจว่าวันดังกล่าวจะเป็นวันพิพากษารัฐบาล
เสธ.อ้าย ยืนยันว่า การชุมนุมครั้งที่ 2 นี้ จะไม่ยืดเยื้อและไม่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน โดยพยายามให้จบภายในวันเดียว หรืออย่างมากก็ไม่เกินวันที่ 25 พ.ย.อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม จะมีการประเมินสถานการณ์ถึงจำนวนผู้ร่วมชุมนุมด้วยว่ามีมากน้อยเพียงใด หากมีผู้ชุมนุม 1 ล้านคน ก็ถือว่าประชาชนเห็นด้วยกับการขับไล่รัฐบาล ซึ่งรัฐบาลก็สมควรที่จะออกไป แต่หากรัฐบาลไม่ยอมออกก็เป็นฝ่ายตัวเองที่จะหยุดเคลื่อนไหว
ด้าน พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร พร้อมศิษย์เก่าเตรียมทหารรุ่น 5 พร้อมสมาชิกเตรียมทหารรุ่น 7 8 10 11 และ 13 แถลงการณ์คัดค้านการเคลื่อนไหวของ พล.อ.บุญเลิศ โดยระบุว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่มีเบื้องหลัง
“หาก เสธ.อ้าย ยังเอาม็อบออกมาอีก และคิดว่ามาก เชื่อว่าฝ่ายของเรามีมากกว่า” พล.อ.ชัยสิทธิ์ ยืนยัน
สอดรับกับที่พรรคเพื่อไทยส่งสัญญาณว่า มีประชาชนที่ไม่พอใจกับการเคลื่อนไหวขององค์การพิทักษ์สยาม และพร้อมที่จะออกมาต่อต้าน แต่มีการห้ามปรามไว้เนื่องจากสุ่มเสี่ยงที่จะถูกใช้เป็นข้ออ้างเพื่อทำรัฐประหาร
ทางพรรคประชาธิปัตย์แสดงความเห็นว่า หากมีเหตุประชาชน 2 ฝ่าย ปะทะกัน รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบ







