
พรรคการเมือง
ตำรับตำราทางรัฐศาสตร์รวมทั้งสังคมวิทยาเตือนเราว่า สังคมการเมืองสมัยใหม่จะเป็นสังคมที่เต็มไปด้วยความแตกแยกและแตกต่างเสมอ
โดย...นครินทร์ เมฆไตรรัตน์
ตำรับตำราทางรัฐศาสตร์รวมทั้งสังคมวิทยาเตือนเราว่า สังคมการเมืองสมัยใหม่จะเป็นสังคมที่เต็มไปด้วยความแตกแยกและแตกต่างเสมอ แต่จะอยู่ด้วยกันได้ต้องอาศัยความอดกลั้นกฎกติกา และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด รวมทั้งจริยธรรม และการควบคุมกันเอง
ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคมประการสำคัญจะเกิดมาจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การปฏิวัติอุตสาหกรรม และการก่อกำเนิดของบรรดากลุ่มผลประโยชน์สมัยใหม่ชนิดต่างๆ ซึ่งมีผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน ระหว่างคนปลูกข้าวกับคนที่ไม่ได้ปลูกข้าว ระหว่างคนที่ประกอบอาชีพใช้แรงงานเพียงอย่างเดียวกับผู้มีทุนและทำมาหากินกับเงินตรา ระหว่างคนในชนบทกับคนในเมือง ฯลฯ
ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความแตกแยกในอีกประการหนึ่งคือปัจจัยทางการเมือง ซึ่งเรามักเข้าใจกันว่าต้นเหตุคือการปฏิวัติรัฐประหาร หรือการเปลี่ยนระบบการเมือง รวมทั้งการตีความทางการเมืองที่แบ่งแยกกันด้วยลัทธิและอุดมการณ์ต่างๆ
แต่เรามักไม่ค่อยเข้าใจว่าระบบพรรคการเมืองจะเป็นปัจจัยของความแตกแยกได้อย่างไร จนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงระบบรัฐธรรมนูญ 2540 และเกิดการแข่งขันกันอย่างเอาจริงเอาจังของพรรคการเมือง 2 ขั้ว คือพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคไทยรักไทย ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงมาเป็นพลังประชาชนและเป็นพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน
ระบบพรรคการเมืองสมัยใหม่เป็นฐานของการผลิตนโยบายต่างๆ แต่พรรคการเมืองที่อยู่ระหว่างเก่ากับใหม่ อาจจะไม่ได้เตรียมการเรื่องนโยบายอย่างจริงจัง เนื่องจากการเตรียมการนั้นอยู่กับสภาพความเป็นจริงอย่างมาก คือเตรียมรับกับการปรับนโยบายให้เข้ากับการจัดตั้งรัฐบาลผสม รวมทั้งการปรับนโยบายตามข้อเสนอแนะของฝ่ายข้าราชการประจำต่างๆ
อย่างไรก็ดี พรรคการเมืองรุ่นเก่าอาจจะมีพอมีลัทธิหรืออุดมการณ์ทางการเมืองเป็นหลักอยู่บ้าง ซึ่งได้สร้างสีสันคือก่อให้เกิดความแตกแยกในชั้นเบื้องต้นหรือเป็นภูมิหลังของการเมืองไทย เช่น มีการแตกแยกกันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ในอดีตกับพรรคสหชีพ หรือระหว่างพรรคชาติไทยในอดีตกับพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย เป็นต้น
แต่ในกรณีของพรรคการเมืองรุ่นใหม่ ลัทธิและอุดมการณ์ทางการเมืองไม่ได้มีพลังมากนัก ซึ่งเรารู้ได้จากการพิจารณาตัวหัวหน้าพรรคหรือตัวนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ได้มีลักษณะเป็นนักอุดมการณ์ทางการเมือง
กระนั้นก็ตาม ระบบพรรคการเมืองสมัยใหม่ก็ได้ก่อให้เกิดแนวความคิดและการดำเนินนโยบายทางการเมืองที่แตกแยกกันได้ เช่น นโยบายรับจำนำข้าว นโยบายเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท ฯลฯ
ผู้เขียนเข้าใจว่า เรื่องดังกล่าวคงไม่ได้มาจากตัวหัวหน้าพรรคหรือนายกรัฐมนตรี แต่มาจากกลุ่มผู้คิดนโยบายให้พรรคการเมืองจำนวนหนึ่ง ซึ่งต่อๆ ไปคงจะมีการคิดค้นอะไรใหม่ๆ และน่าตื่นตาตื่นใจออกมาอีกมาก ตามธรรมชาติของระบบพรรคการเมืองสมัยใหม่ที่คิดทุกเรื่องทุกประเด็นเป็นการสร้างฐานคะแนนเสียง
ซึ่งคงจะสร้างความอึดอัดใจให้ฝ่ายตรงข้าม ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย หรือมีความเห็นแตกต่างกันเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อเป็นนโยบายทางการเมืองแล้ว ก็มีแนวโน้มไม่มีเหตุผลหรือไร้เหตุผล แต่เป็นความเชื่อหรือเป็นความเชื่อถือศรัทธาโดยไม่ได้มีอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดกันอย่างกว้างขวางและมีเหตุผลแต่อย่างใดทั้งสิ้น
ยกเว้นแต่พรรคการเมืองนั้นๆ จะมีระบบควบคุมกันเองภายในที่เป็นประชาธิปไตย และมีระบบต่างๆ ภายนอกที่เกาะเกี่ยวกันไปอย่างเข้มแข็ง เช่น มีระบบตรวจสอบของฝ่ายต่างๆ มีระบบการประชุมรับฟังความเห็น ระบบการเข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตอบกระทู้และตอบคำถามของคณะกรรมาธิการสภาอย่างสม่ำเสมอของฝ่ายบริหาร ระบบการตอบคำถามเพื่อชี้แจงและให้รายละเอียดต่อสาธารณะ ฯลฯ
มิฉะนั้นแล้วการเมืองและระบบพรรคการเมืองนอกจากจะสร้างและก่อให้เกิดความแตกแยกด้วยปัจจัยเฉพาะของตนเองแล้ว อาจจะเป็นปัจจัยเร่งเร้าหรือปลุกเร้าให้เกิดความแตกแยกในอีกมิติหนึ่ง คือมิติของเชื้อชาติ ศาสนา และกลุ่มท้องถิ่นต่างๆ ซึ่งเป็นการซ้ำเติมสังคมการเมืองไทยสมัยใหม่ให้มีความแตกแยกยิ่งกว่าเดิมเพิ่มขึ้นไปเป็นทวีคูณ







