posttoday
มาร์คจ่อฟ้องศาลปกครองถอนคำสั่งถอดยศ

มาร์คจ่อฟ้องศาลปกครองถอนคำสั่งถอดยศ

09 พฤศจิกายน 2555

"อภิสิทธิ์" เตรียมยื่นศาลปกครองเพิกถอนคำสั่งถอดยศ ร.ต.ซัดไม่เปิดโอกาสให้ชี้แจง กลั่นแกล้งทางการเมือง

"อภิสิทธิ์" เตรียมยื่นศาลปกครองเพิกถอนคำสั่งถอดยศ ร.ต.ซัดไม่เปิดโอกาสให้ชี้แจง กลั่นแกล้งทางการเมือง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรกล่าวถึงคำสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้ถอดยศว่า ไม่แปลกใจ เพราะเรื่องนี้มีความผิดปกติ และเป็นกระบวนการกลั่นแกล้งทางการเมือง รวมไปถึงการสกัดกั้นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน คณะกรรมการฯ ได้สรุปผลโดยที่ไม่ได้มีการเปิดโอกาสให้เขาไปชี้แจง
ก่อนหน้านี้ทำหนังสือมาเชิญมา 2 ครั้ง ก็ตอบไปทั้ง 2 ครั้งว่ายินดีให้ความร่วมมือ โดยหลักของการดำเนินการทางปกครอง เมื่อมีการกล่าวหาก็ต้องมีการระบุข้อกล่าวหาให้ชัดเพื่อที่จะได้ใช้สิทธิ์ในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ในช่วงจดหมายฉบับที่ 2 ก็มีกำหนดการเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งนัดหมายไว้ล่วงหน้า ไม่เห็นมีเหตุผลอะไรที่จะต้องรีบร้อน เร่งรัด ในการสรุป และเขาจะทราบว่าจะมีการคัดค้าน หรือขอให้ทบทวนเรื่องนี้ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็รีบเซ็นเรื่องนี้เพื่อที่จะหาทางให้เรื่องยุติ

"ถ้าท่านเซ็นคำสั่งแล้ว ผมก็ต้องใช้สิทธิ์ทางศาลปกครอง ฝ่ายกฎหมายได้ยกร่างคำร้องต่อศาลปกครองแล้ว. นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีกลาโหมก็ไม่ทราบว่าจงใจให้ข้อมูลที่ผิดหรือไม่ เพราะมีการร้องเรื่องของเขาไปยัง ปปช. และกระทรวงกลาโหม ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานนี้ยุติเรื่อง จึงมีการไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดินว่ากระทรวงกลาโหมละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่ดำเนินการมผู้ตรวจการแผ่นดินก็จึงให้กระทรวงกลาโหมชี้แจง กระทรวงกลาโหมก็ชี้แจงแล้วก็บอกว่า ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้ว ผู้ตรวจการแผ่นดินได้สั่งยุติเรื่องไปแล้ว เพราะเป็นการร้องเรียนกระทรวงกลาโหม เมื่อกระทรวงกลาโหมยืนยันว่ามีการตั้งกรรมการแล้ว เขาก็บอกถ้าอย่างนั้นก็ยุติเรื่องไป เพราะว่ากลาโหมได้มีการดำเนินการ และเขาก็เพียงแต่บอกว่า เมื่อกระทรวงกลาโหมขณะนั้นไปชี้แจงว่ากำลังรอเรื่องของกฤษฎีกา

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพยายามทำให้สังคมเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะต้องไปพิจารณา เมืื่อวานนี้หลังจากกรรมการส่งมาที่รัฐมนตรี รัฐมนตรีก็จะลงนามแล้วก็จะให้ผู้ตรวจการดำเนินการต่อ ซึ่งผู้ตรวจการเขาไม่ดำเนินการอะไรแล้ว เพราะเขาบอกว่่า ถ้ามีอำนาจหน้าที่ อะไรถูก อะไรผิดก็ว่าไป แล้วก็ส่งไปให้เขาทราบ จะไปอ้างว่าต้องเร่งรัดเพราะผู้ตรวจการก็เป็นเรื่องที่แปลกเข้าไปใหญ่  ถ้าใช้มาตรฐานนี้ ที่ผู้ตรวจการส่งกลับไปให้นายกรัฐมนตรี จะเป็นเรื่องการตั้งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นรัฐมนตรี เรื่องการออกหนังสือเดินทางของนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.การต่างประเทศ ทำไมไม่ทำ เพราะส่งไปตั้งนานแล้ว

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงกระบวนการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ด้วยว่ามีการอ้างว่าให้ชะลอการถอดยศของ พ.ต.ทซทักษิณ เนื่องจากต้องดูปัจจัยเรื่องความมั่นคงของประเทศเป็นหลัก ก็เป็นมาตรฐานใหม่ในสังคมนี้ ถ้าคนไหนถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดจะต้องถูกลงโทษ คนๆ นั้นปฏิบัติตามกติกาทุกอย่างของบ้านเมือง ก็เดินหน้าไป แต่ถ้าคนๆ ไหนไม่ยอมรับ พูดง่ายๆ ก็คือว่าใช้วิธีขู่ว่าจะเกิดความวุ่นวายขึ้น ก็ไม่ต้องลงโทษ ขณะนี้มาตรฐานของรัฐบาลนี้เป็นอย่างนั้น กำลังจะเชื้อเชิญให้คนทุกคนบอกว่า ต่อไปนี้ถ้าใครทำอะไรผิดจะโดนเล่นงานก็ต้องใช้วิธีไปหาพวกมาแล้วก็ข่มขู่ คุกคาม กดดัน หน่วยงาน สร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง เพื่อที่ว่าจะได้ไม่โดนดำเนินการอย่างนั้นใช่หรือไม่

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า เมื่อเป็นการกลั่นแกล้ง ก็ใช้สิทธิ์ทางศาล ถึงจุดหนึ่งใครที่กลั่นแกล้ง ก็จะต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย ถ้ามันมีความผิดอย่างนั้น ขณะเดียวกันที่อ้างว่าจะต้องชะลอกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณไป ในที่สุดก็อาจจะมีคนไปร้องว่า อันนี้ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ไม่ทราบเหมือนกันถ้ามีคนไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วผู้ตรวจการแผ่นดินถามตำรวจไป ร.ต.อ.เฉลิม หรือนายกรัฐมนตรีซึ่งบังคับบัญชาสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น จะทำแบบเดียวกับที่ พล.อ.อ.สุกำพลทำหรือไม่

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนข่าวออกมาว่าทันทีที่คำสั่งของ พล.อ.อ.สุกำพล ออกไปวานนี้มีผลย้อนหลังวันที่ 2 มิ.ย. 2531 โดยมีเหตุผลว่าเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต เพื่อประโยชน์ของตนเอง เป็นการทำความผิดที่เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ เมื่อมองต่อไปว่า ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ การกำหนดคุณสมบัติ หรือข้อห้ามในการดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใน (6) นั้น ระบุว่า เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริต และประพฤติมิชอบในวงราชการ เรื่องนี้จะบานปลายถึงขนาดว่าจะต้องทำให้อออกจากการเป็น สส. และทำให้ขาดคุณสมบัติ ไม่สามารถจะดำรงตำแหน่งทางการเมืองในทุกตำแหน่งหรือไม่นั้น คงต้องไปถาม พล.อ.อผง.สุกัมพล และลองไปดูคำให้สัมภาษณ์ของหลายๆ คนในฝ่ายการเมืองของรัฐบาล

"ผมยืนยันว่าคำสั่งที่ออกมานี้ เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผมก็ต้องไปต่อสู้คัดค้าน แล้วก็จะดำเนินการต่อสู้คัดค้านตามกฎหมายต่อไป” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ