
ปรีชาสั่งถอยแจกป่า2.5ล้านไร่ โยน‘กรมป่าไม้’แบ่งพื้นที่ใหม่
“ปรีชา” สั่งกรมป่าไม้ถอยแจกป่าเสื่อมโทรม 2.5 ล้านไร่
“ปรีชา” สั่งกรมป่าไม้ถอยแจกป่าเสื่อมโทรม 2.5 ล้านไร่
นายปรีชา เร่งสมบูรณ์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมป่าไม้ทบทวนการแจกใบรับรองสิทธิทำกิน (สทก.) ตามโครงการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติทั่วประเทศ จำนวน 2.5 ล้านไร่ เพื่อให้เกิดความรอบคอบและมีข้อมูลที่ชัดเจน โดยเฉพาะการแบ่งพื้นที่ป่า
นายปรีชา กล่าวว่า ไม่อยากให้สังคมเข้าใจผิดว่าโครงการดังกล่าว เป็นการแจกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ เพราะเจตนาของ ทส. คือ บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนฯ และยังไม่มีการพิสูจน์สิทธิที่ชัดเจน
ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังจากนายปรีชาสั่งการให้กรมป่าไม้ดำเนินการออกใบรับรอง สทก. กับราษฎรที่อยู่อาศัยในพื้นที่ป่าสงวนฯ ได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และการต่อต้านอย่างหนักจากภาคประชาชนและองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม เป็นเหตุให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เรียกนายปรีชาเข้าไปตำหนิอย่างรุนแรง และให้รีบแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน
นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า การออกหนังสืออนุญาต สทก. เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการที่ดินป่าไม้ เพื่อประโยชน์ในการควบคุม ดูแล รักษา หรือบำรุงป่าสงวนฯ ไม่ใช่การเปิดพื้นทีใหม่ หรือนำพื้นที่ป่าไม้มาจัดสรรที่ทำกินใหม่ให้กับประชาชนแต่อย่างใด
สทก.มีอายุการอนุญาตให้ทำประโยชน์คราวละ 5 ปี ครอบครองพื้นที่ได้ไม่เกิน 20 ไร่ต่อครอบครัว ห้ามซื้อขาย เช่า หรือจำหน่ายจ่ายโอน แต่สามารถตกทอดไปยังทายาทได้ หลังจากให้หนังสือรับรอง สทก. จะมีการติดตามการปฏิบัติตามเงื่อนไข หากพบการซื้อขายเปลี่ยนมือกรมป่าไม้จะเพิกถอนหนังสืออนุญาตทันที
“ถ้าประชาชนได้รับสิทธิ สทก. แล้วจะไม่ไปไหน แต่จะทำกินในพื้นที่เดิม แต่ถ้าไม่มีหลักฐานใดๆ จะยิ่งทำให้มีการขายพื้นที่และบุกรุกพื้นที่ป่าใหม่ไปเรื่อยๆ และมีโอกาสเปลี่ยนมือได้” นายบุญชอบ กล่าว
วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์คัดค้านนโยบายการออก สทก. โดยระบุว่าเป็นนโยบายฟอกที่ดินจากผิดให้เป็นถูก และเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนและกลุ่มการเมืองเท่านั้น
“ไม่มีหลักประกันใดที่ยืนยันได้ว่าเมื่อมอบ สทก. ให้ชาวบ้านแล้วจะไม่ถูกโอนซื้อขายสิทธิไปให้นายทุนหรือนักการเมือง ซึ่งจะขัดต่อรัฐธรรมนูญโดยชัดแจ้ง” นายศรีสุวรรณ กล่าว







