
จับหนุ่มอ้างเป็นตำรวจตุ๋นเศรษฐีภูเก็ต
รวบหนุ่มอ้างชื่อผู้การตำรวจภูเก็ตและรองผบช.ภ.8หลอกเศรษฐีสูญเงิน1.5ล้านเอาไปเล่นการพนัน
รวบหนุ่มอ้างชื่อผู้การตำรวจภูเก็ตและรองผบช.ภ.8หลอกเศรษฐีสูญเงิน1.5ล้านเอาไปเล่นการพนัน
พ.ต.ท.ยงยุทธ กรองมาลัย สารวัตรเวรสถานีตำรวจภูธเมืองภูเก็ต นำตัวนายเชาวโรจน์ แจ้งจบ ชาวอ.เมืองภูเก็ต มาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังจับกุมได้ เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 5 พ.ยที่บริเวณริมถนน ด้านหน้าสมาคมกระกูลหยาง แซ่เอี๋ยว ภายในพูลผลพลาซ่า ถ.พูนผล ต.ตลาดเหนือ อ.เมืองภูเก็ต ในข้อหา ฉ้อโกงผู้อื่น พร้อมด้วยของกลาง เงินสด จำนวน 8,500 บาท รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีบอร์นเทา หมายเลขทะเบียน กบ-8590 ภูเก็ต และโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อแอปเปิ้ล รุ่นไอโฟน 4 หมายเลข 091-0255591 จำนวน 1 เครื่อง
สืบเนื่องจาก พ.ต.ท.ยงยุทธ กรองมาลัย สารวัตรเวรสถานีตำรวจภูธเมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งความร้องทุกข์จากผู้เสียหายรายหนึ่ง ว่าให้ดำเนินนคดีกับผู้ต้องหาในความผิดฐานฉ้อโกงผู้อื่น เนื่องจากผู้เสียหายเชื่อว่าผู้ต้องหาได้ทำการแอบอ้าง โดยนำชื่อของ พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และชื่อของรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ท่านหนึ่งมาขอเงินจากผู้เสียหาย โดยอ้างว่าจะนำเงินไปช่วยเหลือค่าจัดเลี้ยง และค่าดูแลผู้ใหญ่ต่างๆ มาแล้วประมาณ 41 ครั้ง
ทั้งนี้ พฤติการณ์ของผู้ต้องหาในการแอบอ้างขอเงินจากผู้เสียหาย รายดังกล่าว จะดำเนินการผ่านทางโทรศัพท์ โดยผู้ต้องหาใช้โทรศัพท์หมายเลข 091-0255591 ซึ่งอ้างว่าเป็นหมายเลขของผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และแจ้งกับผู้เสียหายให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ และเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 18.45 น.ผู้ต้องหาได้ใช้โทรศัพท์หมายเดิทอ้างว่าเป็น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต โทรไปยังโทรศัพท์ของผู้เสียหายเพื่อให้ผู้เสียหายเตรียมเงินสดจำนวน 8,500 บาท ให้กับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต โดยอ้างว่าเป็นค่าอาหารเลี้ยงรับรองที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยผู้ต้องหาจะมารับเงินจำนวนดังกล่าว ในเวลา 21.30 น. ที่สมาคมตระกูลหยาง แซ่เอี่ยวก่อนที่จะถูกจับกุมในที่สุด
จากการสอบปากคำในเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้กระทำการดังกล่าวจริง เพื่อนำเงินไปเล่นการพนัน โดยทำมาแล้วประมาณ 41 ครั้ง ในเดือนเดียวกัน ขณะนี้มีเงินที่ได้จากการแอบอ้างเรียกรับเงินจากผู้เสียหาย เหลืออยู่ในบัญชีจำนวน 1 ล้านบาท จาก จำนวนเงินทั้งหมดที่มีการเรียกรับจำนวน 1.5 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยจ่ายคืนให้กับผู้เสียหาย งวดแรกเป็นเงิน 4 แสนบาท และจะผ่อนจ่ายไปจนครบตามจำนวนเงินที่เรียกรับ







