posttoday
ฝึกกลยุทธ์สืบสวน ด้วยหมายจับยาเสพติด

ฝึกกลยุทธ์สืบสวน ด้วยหมายจับยาเสพติด

05 พฤศจิกายน 2555

เวลาเพียงแค่ 2 เดือนก็ทำให้ทีมงานนักสืบมากทฤษฎีของ พ.ต.ท.อุเทน นุ้ยพิน รองผู้กำกับการ 3

โดย...วัสยศ งามขำ

เวลาเพียงแค่ 2 เดือนก็ทำให้ทีมงานนักสืบมากทฤษฎีของ พ.ต.ท.อุเทน นุ้ยพิน รองผู้กำกับการ 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผกก 3 บก.สส.ภ.1) รวบตัวผู้ต้องหาตามหมายจับคดีค้างเก่ามาเข้ามุ้งสายบัวได้มากถึง 63 คน นั่นเป็นเพราะเขาดึงเอาหมายจับคดียาเสพติดมาให้นักสืบหน้าใหม่ซ้อมมือ ฝึกวิทยายุทธ แกะรอยตามจับผู้ต้องหาเหล่านี้

หมายจับคดียาเสพติดกว่า 4,000 หมายจับ เป็นสิ่งที่ฝึกปรือฝีมือการสืบสวนให้กับตำรวจภูธรภาค 1 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ หมายจับดังกล่าวถูกเก็บเงียบอยู่ในแฟ้ม คนร้ายเหล่านี้จึงยังคงลอยนวล ทั้งหมดเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ส่วนใหญ่มีโทษถึงประหารชีวิต และมีอายุความนานถึง 30 ปี ซึ่งยาวนานที่สุดในคดีอาญา

พ.ต.ท.อุเทน เล่าว่า ก่อนหน้านี้ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ได้รวบรวมข้อมูลหมายจับคดียาเสพติดค้างเก่า พบว่ามีหมายจับค้างอยู่จำนวน 4,448 คน ทั้งหมดเป็นคดีมียาเสพติดไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย จึงสนับสนุนเงินให้ดำเนินการจับกุมรายละ 3 หมื่นบาท

“มีตำรวจใหม่ๆ จำนวนมากทั้งชั้นสัญญาบัตร และประทวน ที่ต้องการมีความรู้ด้านการสืบสวน ขณะที่โรงเรียนสืบสวนของ สตช.นั้น รับตำรวจเข้าไปเรียนแค่เพียงรุ่นละ 40 คนเท่านั้น โดยจะเรียนนาน 4 เดือน ผมในฐานะที่เป็นครูโรงเรียนสืบสวนอยู่ด้วย จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาความรู้ด้านการสืบสวนด้วยการลงมือทำจริงเลย เพื่อให้ได้ความรู้ก่อนที่ตำรวจพวกนี้จะเข้าไปเรียนในโรงเรียนอีกครั้ง และมันก็ได้ผลเป็นอย่างดีทีเดียวครับ แถมยังช่วยจับคนร้ายให้ลดน้อยลงไปด้วย เป็นการแก้ไขปัญหายาเสพติดไปอีกทาง” พ.ต.ท.อุเทน กล่าว

การไล่ตามจับคนร้ายคดียาเสพติดครั้งนี้ อยู่ภายใต้โครงการประกาศสืบจับผู้กระทำความผิดคดียาเสพติดรายสำคัญประจำปี 2555 มีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็นผู้สนุบสนุน โดยจะแจกจ่ายหมายจับไปยังตำรวจหน่วยสืบสวนทั่วประเทศ แต่มีตำรวจส่วนน้อยเท่านั้นที่ให้ความสำคัญ แม้ว่าจะมีเงินค่าดำเนินการให้คดีละ 3 หมื่นบาท อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีคนร้ายถูกจับกุมได้ไปแล้วประมาณ 1,300 หมายจับ ในจำนวนนี้ทีมงานของ พ.ต.ท.อุเทน ถือว่าเป็นชุดจับกุมที่มีผลงานมากที่สุด คือ ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. จนถึงสิ้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา สามารถจับกุมคนร้ายได้มากถึง 63 คน ทำให้ปัจจุบันทีมงานนี้ได้เงินสืบจับกุมราว 1.8 ล้านบาท

ฝึกกลยุทธ์สืบสวน ด้วยหมายจับยาเสพติด

 

พ.ต.ท.อุเทน กล่าวต่อว่า นักสืบแต่ละคนจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบการเชื่อมโยงทางโทรศัพท์ ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ การสืบค้นข้อมูลสถานที่ทำงาน การตรวจสอบบัญชีเงินผ่านสถานบันการเงินต่างๆ ซึ่งเมื่อได้ทำจริงแล้วนักสืบเหล่านี้จะจดจำ และรู้จักการประสานงานทั้งกับหน่วยงานอื่นๆ และระหว่างตำรวจด้วยกันเอง

“เขา (นักสืบหน้าใหม่) ยังได้เรียนรู้เทคนิคต่างๆ ที่อยู่นอกตำรา อย่างเช่น กลยุทธ์การใช้จดหมายจับโจร ที่ทำให้ไม่ต้องลงพื้นที่ไปสืบสวน แต่เป็นอุบายที่ล่อให้คนร้ายปรากฏตัวออกมาเองก่อนที่ตำรวจจะเข้าจับกุมอย่างหนึ่ง ในคนร้ายที่ถูกจับกุมได้ก็จนแต้มด้วยวิธีการนี้ ทั้งที่คนร้ายรายนี้เป็นคนร้ายรายสำคัญที่ตำรวจท้องที่ตามตัวมานานถึง 3 ปี แต่ชุดสืบสวนของผมใช้เวลาไม่ถึงเดือนก็จับกุมได้ เทคนิคต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่นักสืบหน้าใหม่ควรเรียนรู้” พ.ต.ท.อุเทน กล่าวถึงสิ่งที่เขาถ่ายทอดให้ทีมงานสืบสวน 8 นาย เป็นสัญญาบัตร 4 นาย และประทวน 4 นาย

พ.ต.ท.อุเทน ยังกล่าวด้วยว่า นอกจากเทคนิคการสืบสวนแล้ว ยังสอนให้นักสืบหน้าใหม่รู้จักการบริหารจัดการเวลา และจัดการด้านการเงินด้วย โดยจะย้ำเสมอว่านักสืบไม่ควรที่จะปล่อยเวลาให้หายไปอย่างไม่คุ้มค่า โดยเฉพาะเวลาที่จะต้องไปส่งตัวผู้ต้องหาในต่างจังหวัด เมื่อต้องเดินทางไปส่งตัวผู้ต้องหาที่จับกุมได้แล้วก็ควรที่จะจับกุมผู้ต้องหาที่อยู่ในบริเวณนั้นติดมือให้ได้ด้วย หรืออย่างน้อยก็หาข้อมูลให้ได้มากที่สุด นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทีมงานของตนจับกุมผู้ต้องหาได้มากกว่าชุดอื่น เช่น ล่าสุดทีมงานจับผู้ต้องหาได้ในกรุงเทพฯ และต้องพาไปส่งตัวดำเนินคดีที่ จ.อุดรธานี ก็ควรที่จะจับผู้ต้องหาที่นั่น หรือจังหวัดใกล้เคียงให้ได้ด้วย เพราะจะได้ไม่เสียเวลาและประหยัดงบประมาณ เนื่องจากต้องเดินทางไปอยู่แล้ว ซึ่งในที่สุดทีมสืบสวนก็สามารถจับผู้ต้องหาที่อยู่ใน จ.ขอนแก่น ไว้ได้อีก 1 ราย อย่างนี้ถือว่าคุ้มค่า

“โครงการนี้เกิดขึ้นสมัยที่ พล.ต.อ.อดุลย์ (แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.) เป็นเลขาธิการ ป.ป.ส. ผมอยากขอให้มีโครงการนี้ต่อไป เพราะเป็นประโยชน์มากต่อการพัฒนาการสืบสวน และตำรวจหน่วยสืบสวนทั่วประเทศน่าจะนำหมายจับเหล่านี้ไปฝึกฝีมือ ที่สำคัญนักสืบจากสถานที่หนึ่งจะได้รู้จักกับนักสืบอีกที่หนึ่งด้วย เพราะควรจะมีการประสานงานแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างกัน เมื่อมีเหตุร้ายหรือคดีสำคัญเกิดขึ้นจะได้ประสานงานกันได้อย่างทันท่วงที” พ.ต.ท.อุเทน กล่าวและบอกว่า นอกจากนี้ประโยชน์อีกทางหนึ่งจะเป็นการสอนให้ตำรวจรุ่นใหม่ ไม่ต้องไปพึ่งพาเงินนอกกฎหมาย เพราะสามารถหารายได้จากคดีเหล่านี้ ซึ่งหากสืบสวนให้เป็น ผมเชื่อว่าคดีหนึ่งไม่น่าจะใช้เงินเกิน 3 หมื่นบาท อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของแต่ละคดี ซึ่งสามารถนำเงินที่ได้มาเฉลี่ยกันไปได้

ด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. และเลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีที่จะต้องสานต่อ และอาจจะมีการพิจารณาเงินค่าดำเนินการสืบสวนจับกุมให้เพิ่มมากขึ้นในบางคดีที่เป็นผู้ต้องหารายสำคัญ เนื่องจากอาจจะมีการใช้เงินในการสืบสวนสูงกว่าคดีอื่นๆ ขณะเดียวกัน ป.ป.ส.จะเป็นคนกลางในการรวบรวมหมายจับคดียาเสพติดทั่วประเทศให้เป็นระบบและหมวดหมู่ตามภูมิภาคของคนร้ายด้วย ไม่ว่าหมายจับนั้นจะออกโดยตำรวจท้องที่ ตำรวจ ปส. หรือตำรวจหน่วยงานอื่นๆ เพื่อให้ง่ายต่อการสืบสวนจับกุมมากขึ้น

“นอกจากนี้ ป.ป.ส.จะทำเครือข่ายยาเสพติดให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น ขณะเดียวกันเมื่อตำรวจจับกุมตัวผู้ต้องหามาได้แล้ว ป.ป.ส.จะเป็นเจ้าภาพในการติดตามยึดทรัพย์ของผู้ต้องหา เพื่อตัดวงจรทางด้านการเงิน ซึ่งสามารถทำได้โดยไม่ต้องรอให้คดีสิ้นสุด ซึ่งวิธีการนี้เป็นมาตรการสำคัญที่จะตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดได้อย่างเป็นรูปธรรมด้วย” พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าว.

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ