
ตลาดหุ้นไทยน่าลงทุนที่สุดในเอเซีย
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานอ้างฝ่ายวิเคราะห์ของธนาคารเจ.พี. มอร์แกน เชส แอนด์ โค เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ว่า ตลาดหุ้นไทยซึ่งได้ชื่อว่ามีผลประกอบการดีที่สุดในโลกในเดือนนี้ จะเป็นดัชนีที่พุ่งแรงแซงหน้าทุกตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากปัจจัยราคาที่ทะยานขึ้น และสถานการณ์ทางการเมืองที่เริ่มลดความร้อนแรงลง ซึ่งจะดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อมากขึ้น
รายงานระบุว่า แนวโน้มเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นจะช่วยทำให้หลายบริษัทมีผลกำไรไตรมาสแรกที่ดี กอปรกับเงินบาทที่แข็งค่าจะช่วยเพิ่มมูลค่าของตลาดให้สูงขึ้น หลังจากที่ดัชนี SET Index ซึ่งทะยานขึ้น 7.1% ในเดือนนี้ มีราคาต่อกำไรสุทธิเพียง 11.6 เท่า ซึ่งต่ำที่สุดเป็นอันดับ 3 ในเอเชียแปซิฟิก รองจากปากีสถานและเกาหลีใต้
“
ปัจจัยขับเคลื่อนพื้นฐานจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญถึงทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดต่อไป กรอบของราคาหุ้นในตลาดได้แคบลงอย่างต่อเนื่อง และเราก็กำลังเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ซึ่งจะมีผลประกอบการแซงหน้าตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน” ศรียัน ไพเทิร์ซ และเอเดรียน โมวัต นักวิเคราะห์จากเจ.พี. มอร์แกน ระบุในรายงานทั้งนี้ เงินบาทได้แข็งค่าขึ้น 2.2% ในเดือนนี้ หรือเป็นสกุลเงินที่แข็งค่าสูงสุดเป็นอันดับ 3 ในภูมิภาค ท่ามกลางการขยายตัวทางเศรษฐกิจ 5.8% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2552 ซึ่งนับเป็นการขยายตัวได้ครั้งแรกในรอบปี ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้รวม 4.5% ในปีนี้ จากที่หดตัว 2.3% ในปี 2552
ก่อนหน้านี้ ธนศักดิ์ วัฒนานิกร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ทางเทคนิค บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) ได้คาดการณ์ว่าตลาดหุ้นไทยอาจทะยานขึ้นสูงสุดถึง 10% ไปถึง 850 จุด ในอีก 6 เดือนข้างหน้า







