posttoday
ดัชนีเชื่อมั่นหัวปัก

ดัชนีเชื่อมั่นหัวปัก

25 มีนาคม 2553

 

อุตสาหกรรมระทมการเมืองป่วนกำลังซื้อเหลือรอดแค่ค่ายรถยอดขายฉลุย

โพสต์ทูเดย์ — การเมืองกระหน่ำความเชื่อมั่นอุตสาหกรรม เดือน ก.พ. พลิกร่วงไม่เป็นท่า หลังจากฟอร์มดี 5 เดือนติด ยังดีอุตฯ รถยนต์กู้ชื่อ ยอดขายกระฉูด

ผลจากความวิตกกังวลในสถานการณ์ทางการเมืองที่ดูแล้วจบยาก ทำให้ความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.พ. 2553 หดเหลือ 114.5 ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ที่ดัชนีความเชื่อมั่นกลับมาลดลงอีกครั้ง ทั้งที่พุ่งขึ้นทุกเดือนก่อนหน้านี้

นายสันติ วิลาสศักดานนท์ รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การเมืองทำให้กระทบกำลังซื้อผู้บริโภค ซึ่งส่งผลไปถึงกำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลง ประกอบกับได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้นทำให้ผู้ประกอบการวิตกกังวล

อย่างไรก็ตาม ดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนล่วงหน้า ยังคงปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 111 ในเดือน ม.ค. มาอยู่ที่ระดับ 114.6 ในเดือน ก.พ. เนื่องจากภาพรวมของเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวยังช่วยหนุนในเรื่องของกำลังซื้อและกำลังผลิต ซึ่งเดือน มี.ค. คาดว่าดัชนีน่าจะอยู่ในระดับเกิน 110 และต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 2

นายสันติ กล่าวด้วยว่า เอกชนต้องการให้รัฐควบคุมปัญหาการเมืองไม่ให้รุนแรง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจที่ต้องการให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ ภาพรวมในแง่เศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวยังส่งผลดี เนื่องจากผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ว่ายอดคำสั่งซื้อรวม ยอดขายรวม ปริมาณการผลิต และผลประกอบการจะปรับตัวดีขึ้น จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว และสอดคล้องกับยอดการส่งออกของไทย แต่ยังคงกังวลในเรื่องต้นทุนประกอบการในอนาคตว่าจะปรับตัวสูงขึ้นอีก จากราคาน้ำมัน ราคาน้ำตาล และสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นในต้นทุนประกอบการลดลง

ขณขณะที่ยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือน ก.พ. 2553 ทำยอดได้ถึง 5.41 หมื่นคัน เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 57.5% เช่นเดียวกับยอดขายรถจักรยานยนต์มีจำนวน 1.43 แสนคัน เพิ่มขึ้น 20.26%

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวว่า ผู้บริโภคยังเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจ อีกทั้งค่ายรถนำรถรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดหลายรุ่น ช่วยเรียกความสนใจได้มาก

รวมยอดขายตั้งแต่เดือนม.ค.ก.พ. 2553 มียอดขายรถยนต์ทั้งสิ้น 1.03 แสนคัน เพิ่มขึ้น 56.1% ส่วนรถจักรยานยนต์มียอดขาย 2.96 แสนคัน เพิ่มขึ้น 29.46% ซึ่งจำนวนยอดขายในประเทศได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

ด้านการผลิต จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือน ก.พ. มีทั้งสิ้น 1.27 แสนคัน เพิ่มขึ้น 109.36% สูงสุดในรอบ 20 เดือน แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 3.68 หมื่นคัน เพิ่มขึ้น 131.07% รถยนต์บรรทุก 9.09 หมื่นคัน เพิ่มขึ้น 101.73% รถกระบะขนาด 1 ตัน 8.92 หมื่นคัน เพิ่มขึ้น 102.96%

สำหรับในภาคส่งออกทำได้

**ทั้งนี้ แบ่งเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกจำนวน 7.58 หมื่นคัน เท่ากับ 59.34% ของยอดการผลิตทั้งหมด และเพิ่มขึ้นจากเดือนก.พ. 2552 83.34% เนื่องจากตลาดส่งออกเกือบทุกตลาดดีขึ้น เช่น อาเซียน สหภาพยุโรป (อียู) และออสเตรเลีย เป็นต้น ยกเว้นตลาดตะวันออกกลาง ขณะที่การผลิตเพื่อขายในประเทศผลิตได้ 5.19 หมื่นคัน คิดเป็น 40.66% ของยอดการผลิตทั้งหมด 7.4 หมื่นคัน เพิ่มขึ้น 66.03% มูลค่าการส่งออก 3.47 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.56% ซึ่งเป็นยอดการส่งออกที่สูงมากในรอบ 17 เดือน จึงรวมการส่งออก 2 เดือน (ม.ค.ก.พ.2553) ไทยส่งออกรถยนต์ได้1.32 แสนคัน เพิ่มขึ้น 40.96% มีมูลค่าการส่งออก 6.28 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.4%

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ประมาณการการผลิตรถยนต์เดือน มี.ค.พ.ค. จะมีจำนวน 3.59 แสนคัน เปรียบเทียบกับยอดผลิตจริงเดือนธ.ค. 2552ก.พ. 2553 ซึ่งมีจำนวน 3.43 แสนคัน เพิ่มขึ้น 1.62 หมื่นคัน หรือคิดเป็น 4.74% และเมื่อเทียบกับยอดการผลิตจริงในช่วงเดือนมี.ค.พ.ค. 2552 ที่มีการผลิตจำนวน 1.8 แสนคัน เพิ่มขึ้น 1.78 แสนคัน หรือ 98.9% ในส่วนประมาณการการผลิตรถจักรยานยนต์เดือน มี.ค.พ.ค. จะมีจำนวน 4.51 แสนคันเพิ่มขึ้นจากยอดการผลิตจรองในเดือนธ.ค. 2552ก.พ. 2553 จำนวน 5,581 คัน หรือคิดเป็น 1.25% แต่เมื่อเทียบกับยอดผลิตจริงในช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือว่าผลิตเพิ่มขึ้น 8.96 หมื่นคัน หรือ 24.77%

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ