posttoday
กาเฟอีนในชาพร้อมดื่ม

กาเฟอีนในชาพร้อมดื่ม

03 พฤศจิกายน 2555

“ชาเขียว” ถือเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดบ้านเราต่อเนื่องยาวนาน

โดย...มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

“ชาเขียว” ถือเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดบ้านเราต่อเนื่องยาวนาน จำนวนผู้ผลิตชาเขียวพร้อมดื่มก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ตัวผลิตภัณฑ์ก็ขยายเป็นหลากหลายรูปแบบหลายสูตรหลายรสชาติ และไม่ใช่มีเฉพาะแค่ชาเขียว แต่ยังมีทั้งชาดำ ชาขาว สารพัดชาที่ถูกนำมาบรรจุขวดพร้อมดื่ม

ด้วยภาพลักษณ์ที่ถูกสร้างให้เป็นเครื่องดื่มที่มาพร้อมความสดชื่น สร้างความรู้สึกดีๆ เวลาที่ดื่ม เลยเถิดไปถึงการสร้างความเชื่อให้กับผู้บริโภคว่าเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งแน่นอนว่าการดื่ม “ชา” ย่อมดีกว่าการดื่มเครื่องดื่มดับกระหายอย่างน้ำอัดลม แต่การดื่มชาให้ได้ประโยชน์ คือ การ “ดื่มชาร้อนที่ชงจากใบชาที่มีคุณภาพ” ส่วนชาพร้อมดื่มบรรจุขวดนั้น ไม่ได้มีเพียงแต่น้ำชา แต่ยังมี “น้ำตาล” (หรือสารอื่นที่ให้ความหวานแทนน้ำตาล) ที่เป็นหนึ่งในส่วนประกอบสำคัญ

กาเฟอีนในชาพร้อมดื่ม

 

นอกจากนี้ ในชาพร้อมดื่มและรวมถึงชาชงทั่วไป ยังมีสารธรรมชาติที่เรารู้จักกันดีอย่าง “กาเฟอีน” ซึ่งถือเป็นสารที่ส่งผลต่อร่างกาย ถ้าได้รับในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยทำให้ร่างกายตื่นตัว แต่ถ้าได้รับมากเกินไปจะมีผลต่อการทำงานของระบบประสาทและหัวใจ อาจรุนแรงถึงขั้นทำให้หัวใจวายเฉียบพลัน

เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนที่เราทราบกันดี คือ “เครื่องดื่มชูกำลัง” ที่มีการควบคุมชัดเจนทั้งการประกาศคำเตือนเรื่องการดื่มทั้งบนฉลากและในโฆษณา ที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง “ห้ามดื่มเกินวันละ 2 ขวด เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรดื่ม” ทั้งยังห้ามการโฆษณาที่จูงใจให้ผู้บริโภคซื้อหามาดื่มโดยไม่มีความจำเป็น อย่างการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงหรือกระตุ้นให้ดื่มมากขึ้นเพื่อผลในการชิงโชคหรือชิงรางวัล

ในขณะที่เครื่องดื่มชาพร้อมดื่มต่างๆ มีทั้งการโฆษณาไม่เคยพูดถึงเรื่องกาเฟอีน การกระตุ้นการขายด้วยการจัดกิจกรรมชิงรางวัลที่เป็นไปอย่างดุเดือด ซึ่งหากดูข้อมูลบนฉลากจะเห็นว่ากาเฟอีนที่อยู่ในเครื่องดื่มชูกำลังจะอยู่ที่ 50 มิลลิกรัมต่อหนึ่งขวด ขณะที่ชาพร้อมดื่มที่วางขายในตลาดเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 23-101 มิลลิกรัมต่อหนึ่งขวด ซึ่งสูงกว่าเครื่องดื่มชูกำลัง

แต่ผู้บริโภคกลับไม่เคยได้รับคำเตือนใดๆ เรื่องการดื่มชา แถมยังถูกส่งเสริมให้ดื่มมากๆ ทั้งเพื่อสุขภาพและเพื่อผลในการชิงโชค โดยมองข้ามเรื่องของผลต่อสุขภาพ (เราสามารถทราบปริมาณของกาเฟอีนในชาเขียวพร้อมดื่มได้จากการอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ ซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ว่าต้องแสดง)

ดังนั้น ชาพร้อมดื่มจึงไม่ใช่เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพตามที่ผู้ประกอบการทำให้เราเข้าใจ การบริโภคชาพร้อมดื่มเกินกว่าวันละ 2 ขวด อาจจะนำมาซึ่งอาการติดกาเฟอีน (Caffeinism) ได้ (ยิ่งถ้าใน 1 วันเรายังดื่มเครื่องดื่มอื่นๆ ที่มีกาเฟอีนอย่าง กาแฟ น้ำอัดลม ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น การได้รับกาเฟอีนเกินกว่า 250 มิลลิกรัมต่อวัน นำมาซึ่งอาการติดกาเฟอีน : อาการหงุดหงิด ทำงานไม่ได้ จนกว่าจะเพิ่มปริมาณกาเฟอีนในกระแสเลือดก่อน)

ไม่ได้จะบอกว่าชาพร้อมดื่มเป็น “เครื่องดื่มต้องห้าม” เวลาที่เราเหนื่อยๆ กระหายน้ำ การดื่มชาเขียวเย็นๆ ก็ช่วยดับกระหายเพิ่มความสดชื่นได้ดี แต่ควรที่จะต้องรู้จักและเข้าใจในสิ่งที่ดื่มเข้าไปว่า การดื่มชา 1 ขวดร่างกายจะได้อะไรบ้าง ดีหรือไม่ดีอย่างไร ไม่ใช่เพียงหลงเชื่อไปตามคำโฆษณาอวดอ้าง และมักไม่บอกความจริงทั้งหมด

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก