
เล็งเพิ่มลดหย่อนภาษี
กระทรวงการคลังให้ลดหย่อนภาษี เพื่อบริจาคศึกษาและการวิจัยพัฒนาเพิ่มขึ้นเป็น 2-3 เท่า
กระทรวงการคลังให้ลดหย่อนภาษี เพื่อบริจาคศึกษาและการวิจัยพัฒนาเพิ่มขึ้นเป็น 2-3 เท่า
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า ได้สั่งการกรมสรรพากรออกระเบียบเงื่อนไขให้บุคคลธรรมดาและภาคเอกชน บริจาคลดหย่อนเพื่อการศึกษาได้หักลดหย่อนได้ 2 เท่า โดยไม่จำเป็นต้องบริจาคเพื่อซื้ออุปกรณ์การศึกษาเท่านั้น แต่ให้เป็นการบริจาคเพื่อการศึกษาด้านอื่นได้ด้วย เช่น บริจาคให้สถานศึกษานำไปอบรมครู เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังให้กรมสรรพากรไปพิจารณาให้บริษัทเอกชนสามารถลดหย่อนภาษีค่าใช้จ่ายเพื่อการวิจัยพัฒนาได้เพิ่มขึ้นจาก 2 เท่า เป็น 3 เท่า รวมทั้งให้กำหนดสถาบันวิจัยและพัฒนาที่ชัดเจน สำหรับการบริจาคเงินเพื่อการวิจัยทำทะเบียนสถาวิจัยขึ้นมา เพื่อให้สะดวกกับเอกชนที่จะให้เงินสนับสนุนกับสถาบันวิจัยนั้นๆ
ทั้งนี้ การเพิ่มการหัดลดหย่อนทั้งการศึกษาและการวิจัยเพื่อพัฒนา ต้องการให้กรมสรรพากรดำเนินการให้เสร็จและมีผลบังคับใช้ในปีหน้าทันที
สำหรับการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไขแยกยื่นภาษีสามีภรรยา และศึกษาการปรับอัตราภาษีใหม่ ที่ปัจจุบันอัตราการเสียภาษีอยู่ที่ 10-37% โดยมีผู้เสนอให้กรมสรรพากรปรับลดให้ต่ำลงกว่าเดิม ซึ่งเรื่องนี้ต้องพิจารณาว่า จะกระทบกับรายได้รัฐบาลมากน้อยแค่ไหน
“โดยส่วนตัวผมเห็นว่า ให้คงอัตราการเสียภาษีบุคคลธรรมดาไว้เหมือนเดิม แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมีผู้เสนอและเรียกร้องให้ลดอัตราภาษีบุคคลธรรมดาลดลงก็พร้อมพิจารณา ซึ่งต้องดูว่ามีผลกระทบกับการจัดเก็บรายได้เท่าไร” ซึ่งโครงสร้างภาษีบุคคลธรรมดาใหม่ไม่ทำให้ผู้เสียภาษีมีภาระเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนนายกิตติรัตน์ กล่าว
“ปัญหาของการเก็บรายได้ของประเทศที่สำคัญมาจากปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน หากไม่มีปัญหาดังกล่าว การเก็บรายได้ของประเทศอาจจะไม่จำเป็นต้องมากอย่างที่เป็นอยู่นี้ก็ได้” รมว.คลัง กล่าว







