
รัฐบาลทุ่ม 2.5 หมื่นล. กระตุ้น ศก.ปลายปี 65
รัฐบาล เตรียมโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ปลายปี 65 วงเงิน 2.5 หมื่นล้าน รับมือความผันผวนเศรษฐกิจโลกปีหน้า และให้เป็นของขวัญปีใหม่กับประชาชน สำนักงบฯเผย ของบกลางดัน คนละครึ่ง เที่ยวด้วยกัน เฟสใหม่
เว็บไซต์ "ฐานเศรษฐกิจ" ได้รายงานถึงมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงปลายปี 2565 โดยอ้างแหล่งข่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เชิญหน่วยงานต่างๆ เข้ามาหารือและติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจในปี 2565 นี้ ต่อเนื่องถึงช่วงปี 2566 หลังจากประเมินว่า เศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และการเกิดเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ในหลายประเทศ จึงต้องเร่งหาทางรับมืออย่างเร่งด่วน เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทย
ทั้งนี้ ในการหารือ เห็นถึงสำคัญที่รัฐบาลเตรียมจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ คาดว่าจะออกมาได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน หรือ ต้นเดือนธันวาคม 2565 นี้ โดยมอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ ไปรวบรวมข้อมูล และมาตรการมาอีกครั้ง การออกมาตรการนอกจากเป็นการรับมือความผันผวนทางเศรษฐกิจแล้ว ยังเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน
สำหรับวงเงินที่จะนำมาใช้นั้น ทางกระทรวงการคลังกำลังพิจารณาแหล่งเงิน เพื่อนำมาใช้ในการออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปีนี้ เบื้องต้นประเมินว่าอาจจะมีการใช้เม็ดเงินประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งอาจนำเงินที่เหลือจากพ.ร.ก.กู้เงินโควิด-19 วงเงิน 5 แสนล้านบาท ที่โครงการต่างๆ ที่ใช้ไม่หมด มาใช้ในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ได้
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ขณะนี้ สศช. และหน่วยงานต่าง ๆ ได้รับมอบหมายให้ไปรวบรวมข้อมูลของขวัญปีใหม่ที่เตรียมจะมอบให้ประชาชน คาดว่าในเร็ว ๆ นี้จะได้ข้อสรุป
ส่วนการพิจารณาเงินกู้จาก พ.ร.ก.กู้เงินโควิด-19 เพิ่มเติมฯ วงเงิน 5 แสนล้านบาทนั้น ปัจจุบันมีวงเงินที่หน่วยงานบางแห่งคืนเงินเหลือจ่ายจากการทำโครงการต่างๆ มายัง สศช. แล้ว รวมประมาณ 100 ล้านบาท วงเงินดังกล่าวจะไม่สามารถอนุมัติโครงการใหม่ได้แล้ว เพราะสิ้นสุดระยะเวลาการพิจารณาตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาวงเงินที่เหลืออยู่ของ พ.ร.ก.กู้เงินโควิด-19 นั้น สศช.อาจทำได้แค่ขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการได้บางโครงการเท่านั้น ขณะเดียวกันยังอาจพิจารณาปรับปรุงรายละเอียดของระเบียบของ พ.ร.ก.ในบางกรณี เพื่อนำเงินออกมาใช้ได้ แต่จะใช้เฉพาะในกรณีของการวิจัยและพัฒนาวัคซีน mRNA ซึ่งเตรียมเอาไว้รองรับอนาคต
นายเฉลิมพล เพ็ญสูตร ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า สำหรับงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี จะใช้วงเงินราว 1.7 หมื่นล้านบาท เบื้องต้นนายกรัฐมนตรีต้องการให้ดำเนินการจะเป็นโครงการที่เคยได้ผลมาแล้ว ได้แก่ โครงการ เราเที่ยวด้วยกัน และโครงการ คนละครึ่ง ที่ต้องขอใช้งบกลางฯ เนื่องจากงบประมาณปี 2566 ไม่ได้มีการตั้งงบประมาณในส่วนนี้ไว้
ส่วนวงเงินกู้สำหรับโควิด-19 นั้นไม่สามารถที่จะใช้ได้แล้วเนื่องจากตามกฎหมายได้ระบุว่าเงื่อนไขของการใช้เงินกู้โควิด-19 ไว้ถึงวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา







