posttoday
ครม.ปู 3 ชินวัตรยึดอำนาจจันทร์ส่องหล้า

ครม.ปู 3 ชินวัตรยึดอำนาจจันทร์ส่องหล้า

30 ตุลาคม 2555

ผลจากการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึง 23 ตำแหน่งของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

โดย...วิษณุ นุ่นทอง

ผลจากการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึง 23 ตำแหน่งของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ครั้งนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า 3 พี่น้องตระกูลชินวัตร “ยิ่งลักษณ์ทักษิณเยาวภา” ผนึกกำลังสกัดกลุ่ม “จันทร์ส่องหล้า” ของ “พจมาน ณ ป้อมเพชร” ไม่ให้เข้ามามีอำนาจในรัฐบาล

ไม่เหลือกระทั่งพื้นที่ให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ยอมลงทุนเดินไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ก่อนหน้าปรับ ครม.ไม่ถึง 2 สัปดาห์ ขณะเดียวกัน “เพรียวพันธ์” ยังติดโผนั่งเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และเป็นตัวแทนของพรรคเพื่อไทยในการลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมทั้งเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีคุมเรื่องยาเสพติด

หากย้อนกลับไปสมัยรัฐบาลทักษิณ “พจมาน” มีบทบาทอย่างยิ่งยวด ไม่ว่าจะเสนอหรือสนับสนุนใครเป็นรัฐมนตรี หรือตำแหน่งอะไรในรัฐบาล ก็จะได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดี ซึ่งผิดกับ “เยาวภา วงศ์สวัสดิ์” หรือเจ๊แดง ครั้งนั้นแทบไร้บทบาท

ขณะเดียวกันความระหองระแหงระหว่าง “ชินวัตร (เจ๊แดง)” ไม่ลงรอยกับ “พจมาน” ออกมาเป็นระยะ กระทั่ง ทักษิณ ถูกยึดอำนาจ และหลังจากนั้น “พจมาน” ก็ยังมีบทบาทในรัฐบาล “สมัคร สุนทรเวช”

ครั้นถึงยุครัฐบาล “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” สามีเจ๊แดง “กลุ่มจันทร์ส่องหล้า” เริ่มลดบทบาทลง แต่ยังส่งคนมาคุมอยู่ในบางกระทรวง บางหน่วยงานเท่านั้น

ทว่า การปรับ ครม.ปู 3 ครั้งนี้จึงเสมือนป็นการปิดฉากกลุ่ม “จันทร์ส่องหล้า” ในขณะที่ “เจ๊แดง” ผงาด มีอำนาจสุดๆ รองลงมาเป็น “ยิ่งลักษณ์” ในฐานะนายกรัฐมนตรี และปิดท้ายที่ “ทักษิณ” ที่ปล่อยให้น้องสาวโชว์พลังได้เต็มที่

เจ๊แดง มีรัฐมนตรีอยู่ในสังกัดเวลานี้ 7 คน อาทิ “บุญทรง เตริยาภิรมย์” รมว.พาณิชย์ ที่โดนมรสุมจำนำข้าวจนกลายเป็นจุดอ่อนรัฐบาล แต่เก้าอี้เหนียวหนึบ ไม่ถูกปรับออก ถัดมา “สันติ พร้อมพัฒน์” รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ยังมั่นคงในตำแหน่ง ทั้งที่ช่วงแรกของรัฐบาลปู 1 แทบไม่มีชื่อเป็นรัฐมนตรี เพราะเปลี่ยนสังกัดจาก “พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล” หรือเฮียเพ้ง ก่อนวิ่งซบเจ๊แดงจนเก้าอี้เหนียวหนึบ

นอกจากนี้ ยังมี “ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย” รมช.คลัง ที่ปรับครั้งนี้ไม่สะเทือน ส่วน “วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล” เป็นรัฐมนตรีตีนตุ๊กแก ที่เจ๊แดงไม่ยอมให้หลุด ถูกปรับมา 3 ครั้งยังอยู่ แม้ตำแหน่งจะเล็กลงเรื่อยๆ คือ แรกเริ่มเป็น รมว.ศึกษาธิการ จากนั้นถูกเด้งมานั่งเป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ล่าสุดยังข้ามไปเป็น รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ได้อย่างเหลือเชื่อ

ขณะที่รัฐมนตรีใหม่ป้ายแดง ที่เจ๊แดงดันเข้าไปได้ในรอบนี้ “วราเทพ รัตนากร” รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี “เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช” รมช.ศึกษาธิการ และ “ชลน่าน ศรีแก้ว” รมช.สาธารณสุข

ขณะที่ “ยิ่งลักษณ์” เริ่มรู้จักอำนาจทางการเมือง โดยออกแรงรักษาเก้าอี้ไว้ให้ “กิตติรัตน์ ณ ระนอง” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ไว้อย่างเหนียวแน่น ท่ามกลางแรงกดดันให้ปรับออก เพราะวาทะ “ไวท์ลาย” ควบคู่กับปกป้องไม่ให้ “ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข” ถูกเด้งจาก รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามแรงกดดันของ “ยงยุทธ ติยะไพรัช” อดีต รมว.ทรัพยากรฯ ที่ดัน “วิสาร เตชะธีราวัฒน์”บ้านเลขที่ 111 อดีต สส.เชียงราย เต็มสูบ

ครม.ปู 3 ชินวัตรยึดอำนาจจันทร์ส่องหล้า

 

งานนี้ปล่อยข่าวกันนาทีสุดท้าย จนกระทั่งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ครม.ชุดใหม่ลงมา “ปรีชา” จึงอยู่ต่อ “วิสาร” จึงกินแห้ว

นอกจากนี้ “ยิ่งลักษณ์” ยังได้สั่งเปลี่ยนตัว รมว.สาธารณสุขเองด้วย โดยให้ นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดคคอร์มาร์ท ซึ่งเป็นธุรกิจตกแต่งบ้านที่บริษัท เอสซี แอสเสท และแสนสิริ เป็นลูกค้า มาเป็น รมว.สาธารณสุข แทน “วิทยา บุรณศิริ” ที่โดนข้อหาเป็นกูรูสอน ยิ่งลักษณ์ บ่อยเกินไป

ขณะเดียวกันได้ผลักดัน “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” คนสนิทอีกคน ขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งเป็น รมว.คมนาคม

ด้านสายตรง “ทักษิณ” ที่ได้ดิบได้ดีคราวนี้ คือ “สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล” รมว.ต่างประเทศ ก้าวขึ้นเป็นรองนายกรัฐมนตรีอีกตำแหน่งหนึ่ง เพราะต้องการเตรียมไว้เป็นนายกฯ สำรอง กรณี “ยิ่งลักษณ์” เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง

สำหรับ พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต เพื่อนนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 10 เป็น รมช.คมนาคม ทั้งที่เดิม “ทักษิณ” หมายมั่นปั้นมือให้เป็น รมว.กลาโหม ตั้งแต่ยิ่งลักษณ์ 1 แต่มีแรงต้านจากทหาร จึงต้องเอา พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา มาเป็น รมว.กลาโหม มาคั่นเวลาเอาไว้ก่อน ก่อนขยับ “พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต” ไปนั่งเป็น รมว.กลาโหม ในเวลาต่อมา เพื่อรอให้ “พล.อ.พฤณท์” ไปเป็น รมว.กลาโหม แต่ “พล.อ.อ.สุกำพล” โชว์ฟอร์มดี “พล.อ.พฤณท์” จึงต้องไปฝึกงานที่คมนาคมก่อน

อีกคน คือ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.มหาดไทย เป็นอีกรายที่ “ทักษิณ” สลับจาก รมช.คมนาคม ให้มาเป็น รมช.มหาดไทย ตามความประสงค์เดิมของ “ชัจจ์” ตั้งแต่รัฐบาลบาลยิ่งลักษณ์ 1 เหตุเพราะทักษิณและ “ชัจจ์” ผูกพันกันมานาน

มองในภาพรวมแล้ว การปรับ ครม.ครั้งนี้ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ความเป็นอยู่ของรัฐบาลดีขึ้นแต่ประการใด ซ้ำร้ายยิ่งเป็นการบั่นทอนเสถียรภาพมากกว่าก่อนการปรับ ครม.เสียอีก

ทั้งนี้ เพราะไม่ได้ปรับรัฐมนตรีที่เป็นจุดอ่อนของรัฐบาลในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา อาทิ เรื่องของการทุจริตจำนำข้าว และเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ที่หลายคนประเมินว่ามือยังไม่ถึง

ที่สำคัญ นอกจากไม่ปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีแล้ว ยังไปลดรัฐมนตรีช่วยลงอีก คือ กระทรวงพาณิชย์เหลือ รมช.เพียงคนเดียว คือ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” จากเดิมมี 2 คน คือ “ภูมิ สาระผล” และ “ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์” ส่วนกระทรวงการคลังเหลือ รมช.เพียงคนเดียว คือ “ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย” จากเดิมที่มี “วิรุฬ เตะไพบูลย์” อยู่ด้วย

เท่านั้นยังไม่พอ การปรับ ครม.ครั้งนี้ยังรุกไปกินพื้นที่ของพรรคร่วมรัฐบาลอีก คือ พรรคชาติไทยพัฒนาของ “บรรหาร ศิลปอาชา” ต้องสูญเสียงานในกระทรวงพาณิชย์คืนไปให้กับพรรคเพื่อไทย ในขณะที่ต้องเจียดงานในกระทรวงเกษตรฯ ให้ “ศิริวัฒน์” คนพรรคเดียวกัน ขณะที่พรรคชาติพัฒนาของ “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ต้องแบ่งงานในกระทรวงอุตสาหกรรมให้ “ฐานิสร์ เทียนทอง” ที่มาเป็น รมช.อุตสาหกรรม

ขณะที่ในพรรคเพื่อไทยแม้จะไม่ปั่นป่วน แต่เสื้อแดงเกิดอาการน้อยใจ คนในพรรคตั้งวงนินทาปรับ ครม.คราวนี้ ใครที่มีคุณสมบัติคือเก่งเกิน ยิ่งลักษณ์ อาทิ “จาตุรนต์ ฉายแสงโภคิน พลกุล–สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ไม่มีโอกาสจะได้เป็นรัฐมนตรี

นอกจากนี้ ใครที่ “อำมาตย์” ไม่ชอบ เช่น จตุพร พรหมพันธุ์–พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ก็หมดสิทธิเป็นรัฐมนตรี

การปรับครั้งนี้จึงถูกมองเพียงเพื่อกระชับอำนาจของ “ยิ่งลักษณ์-เยาวภา” ปรับตามสัญญา 6 เดือนในการเป็นรัฐมนตรีเท่านั้น

จากนี้ไปต้องดูว่า ยิ่งลักษณ์ 3 จะมั่นคงเพียงใด ในท่ามกลางการเมืองที่ร้อนระอุ จากการที่ เสธ.อ้ายพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ปลุกม็อบขับไล่ และการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว