posttoday
วิบากกรรม 3G

วิบากกรรม 3G

29 ตุลาคม 2555

ดูท่าจะกลายเป็นหนังชีวิตซีรีส์เสียแล้วสำหรับการจัดสรรคลื่น 3G ยิ่งฟังคำชี้แจงจากฟากฝั่ง กสทช.

ดูท่าจะกลายเป็นหนังชีวิตซีรีส์เสียแล้วสำหรับการจัดสรรคลื่น 3G ยิ่งฟังคำชี้แจงจากฟากฝั่ง กสทช. ที่พยายามอธิบายถึงความถูกต้องของการจัดประมูลแล้ว ยิ่งทำให้มั่นใจว่า การจัดสรรคลื่นความถี่ครั้งนี้ มีอะไรแปลกๆ ที่ไม่ปกติ เส้นทางของ 3G มิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และคงไม่จบลงง่ายๆ อย่างแน่นอน

3G ดูจะเป็นวิบากกรรมสำหรับคนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง การออกมาประกาศผ่านทวิตเตอร์ของเลขาฯ ว่า กสทช.ประกาศลดอัตราค่าใช้บริการ 3G ลงอย่างน้อย 15-20% ซึ่ง “หากคิดในอัตราที่ลดลงร้อยละ 20 ของอัตราค่าบริการปัจจุบัน ผลประโยชน์จะตกกับประชาชนเฉลี่ยเดือนละ 6,095 ล้านบาท หรือ 73,143 ล้านบาทต่อปี หรือ 15 ปี รวมเป็นเงิน 1,097,145 ล้านบาท”

ท่านเอาตัวเลขมาจากไหนเมื่อยังไม่ทราบว่าเอกชนแต่ละรายจะลงทุนในระบบ 3G เท่าไร แล้วจะสั่งให้ลดได้จริงหรือ ทุกวันนี้ กสทช.ประกาศให้เก็บค่าบริการในระบบ 2G ได้ไม่เกินนาทีละ 99 สตางค์ อัตราค่าโทรของผมนาทีละ 4 บาท ไม่ต้องไปไกลถึงเงินหมื่นล้านล้านล้าน เอาแค่นาทีละ 99 สตางค์ ท่านยังไม่มีน้ำยาทำได้เลย ท่านยอมรับเองว่า ผู้ประกอบการเขาไม่ยอม มีการฟ้องร้องกันอยู่ ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้ข้อยุติ และเมื่อถึงเวลาที่ศาลพิพากษา เราคงไม่ได้ใช้ระบบ 2G กันแล้ว แม้มีคำพิพากษาก็ไม่มีประโยชน์ เพราะผู้ประกอบการกอบโกยกำไรมหาศาลไปแล้ว

การประกาศให้ลดค่าบริการ 3G จึงเป็นเรื่องตลกร้ายของ กสทช. ยิ่งดูรายละเอียดการลดอัตราค่าบริการที่จะทยอยลดให้ได้ครบ 20% ภายใน 3 ปี ยิ่งอยากร้องไห้ เพราะเมื่อถึง 3 ปี เทคโนโลยีคงไปไกลกว่า 4G แล้ว การลดค่าบริการของระบบ 3G ประชาชนจึงไม่ได้รับประโยชน์ตามที่อ้าง

การออกมาประกาศลดค่าบริการ 3G ในขณะที่ยังไม่เปิดบริการ จึงเป็นเรื่องประหลาด และมองเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากต้องการเบี่ยงประเด็นและกลบกระแสการตรวจสอบ

ประการแรกที่ผมเห็น คือ กรรมการ กสทช. ท่านรู้มาก่อนแล้วว่าจะมีผู้ประมูลเท่าจำนวนใบอนุญาต (หรือไม่ก็จัดใบอนุญาตให้เท่าจำนวนผู้ประมูล) แสดงว่ากรรมการท่านประเมินได้ว่าจะมีผู้เข้าประมูลเพียง 3 ราย ซึ่งจะขัดกับสิ่งที่ท่านพยายามอธิบายว่า ท่านคาดว่าจะมีผู้ประมูลมากกว่าใบอนุญาต โดยมีผู้มาซื้อใบสมัครกว่า 10 ราย มีผู้ต้องการเข้าประมูล 4 ราย แต่รายที่ 4 ไม่มีหนังสือค้ำประกันของธนาคารตามระเบียบการประมูล จึงเหลือเพียง 3 ราย

ประการที่สอง การที่ท่านอ้างว่า ถ้ามีเพียง 2 รายที่จะได้ใบอนุญาต 3G จะทำให้เป็นการผูกขาดจากผู้ให้บริการรายใหญ่ ประชาชนจะเสียประโยชน์ นั่นแปลว่า ถ้ามีผู้ประกอบกิจการ 3G จำนวน 3 ราย กสทช.จึงจะควบคุมไม่ให้มีการเอาเปรียบประชาชนได้ แต่ถ้า 2 ราย กสทช. ไม่สามารถควบคุมได้ ประชาชนจึงเสียประโยชน์

ท่านคงลืมไปว่าคลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติ ที่รัฐธรรมนูญมาตรา 47 ให้ กสทช.เป็นผู้จัดสรรและกำกับการประกอบกิจการ แปลว่าท่านมีหน้าที่โดยตรงในการควบคุม อย่าว่าแต่มีผู้ประกอบการ 3G เพียง 2 รายเลย ต่อให้เหลือรายเดียวท่านก็มีหน้าที่ต้องกำกับดูแลไม่ให้ประชาชนเสียประโยชน์ ถ้าท่านทำไม่ได้ ก็ควรหลีกทางให้คนอื่นเขาทำหน้าที่แทน เพราะยังมีคนที่เขาสามารถกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรมได้ อย่าอยู่ให้เปลืองงบประมาณเลย

ประเด็นที่ผมไม่เข้าใจคือ ทำไม 2 รายท่านกำกับดูแลไม่ได้ แต่พอเป็น 3 ราย ท่านกลับกำกับดูแลได้ มันแตกต่างกันตรงไหน มีเหตุผลที่สามารถอธิบายให้เข้าใจได้หรือไม่

ผมยังยืนยันว่า การประมูลครั้งนี้ ถึงจะเรียกว่าประมูล แต่ในการปฏิบัติจริงไม่ใช่การประมูลอย่างแน่นอน และผมเชื่อว่าเอกชนทั้งสามรายไม่ได้ฮั้วประมูลตามที่อ้างกัน เนื่องจากไม่มีเหตุผลใดๆ ที่ผู้เข้าประมูลต้องฮั้วกัน เพราะไม่ต้องฮั้วก็ได้สิทธิอยู่แล้ว

การที่ กสทช.ตั้งกรรมการตรวจสอบการฮั้วประมูล แสดงว่าท่านก็ยอมรับว่ามีความผิดปกติจากการไม่มีการต่อสู้แข่งขันราคากัน แต่เมื่อเหตุที่ไม่เกิดการแข่งขันราคา มาจากรูปแบบการจัดประมูล สิ่งที่ กสทช.ควรทำคือ ตั้งกรรมการตรวจสอบว่าทำไมจึงจัดการประมูลแบบนี้ มีใครได้รับประโยชน์อะไรหรือไม่ มีใครได้รับเงินโอนเข้าบัญชีที่ต่างประเทศบ้างหรือเปล่า

พระพุทธเจ้าตรัสว่า เหตุเกิดที่ไหนให้แก้ที่นั่น ไม่ใช่แก้ตัวไปเรื่อยๆ

การจัดประมูลของ กทค. ที่ว่าแปลกประหลาดแล้ว แต่ผู้เข้าประมูลกลับทำในสิ่งที่แปลกประหลาดมหัศจรรย์ที่สุดในจักรวาล ตามที่ ดร.สมเกียรติ แห่ง TDRI ได้วิเคราะห์ไว้ คือ ยักใหญ่ AIS ที่ประมูลสูงกว่าอีก 2 ราย ถึง 1,150 ล้านบาท ทั้งๆ อีก 2 ราย หมอบราบตั้งแต่เริ่มยกแรกแล้ว และการเพิ่มราคาก็เพิ่มเพียงครั้งละ 250 ล้านบาทเท่านั้น

นั่นหมายความว่า แค่เสนอราคาสูงกว่าอีก 2 รายเพียง 250 ล้านบาท AIS ก็ได้สิทธิเลือกก่อนไปแล้ว เหตุใดจึงเพิ่มราคาโดยไม่มีคู่แข่งอีก 900 ล้านบาท

AIS เป็นบริษัทมหาชน มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร ไม่ใช่มูลนิธิ ที่จะทำการกุศลช่วยเหลือรัฐบาลเหตุใดจึงจ่ายเงิน 900 ล้านบาท โดยไม่จำเป็น

ถ้าผมเป็นผู้ถือหุ้นของ AIS ผมจะถามกรรมการในที่ประชุมผู้ถือหุ้นว่า มีเหตุผลใดที่ขึ้นราคาเองโดยไม่มีการแข่งขัน เงิน 900 ล้านบาท เอามาจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นดีกว่าไหม

และถ้าไม่มีเหตุผลที่จะตอบหรือตอบโดยไม่มีเหตุผล กรรมการอาจต้องรับผิดที่ทำให้บริษัทมหาชนเสียหาย ซึ่งหมายถึงผู้ถือหุ้นได้รับความเสียหาย

ไหนๆ จะตรวจสอบกันแล้ว ตรวจสอบให้ครบถ้วนทุกด้าน ทั้งภาครัฐและเอกชน

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน