posttoday
ช่องทางเจรจาประตูที่ยังไม่ปิดตาย

ช่องทางเจรจาประตูที่ยังไม่ปิดตาย

24 มีนาคม 2553

ใช่ว่าหนทางการ “เจรจา” จะปิดฉากลง เมื่อเสียงส่วนใหญ่จากสังคมสะท้อนผ่านผลโพลและเสียงเรียกร้องจากภาคเอกชน อยากให้มีการเจรจาหาทางออกลดความตึงเครียดที่เกิดขึ้น

ใช่ว่าหนทางการ “เจรจา” จะปิดฉากลง เมื่อเสียงส่วนใหญ่จากสังคมสะท้อนผ่านผลโพลและเสียงเรียกร้องจากภาคเอกชน อยากให้มีการเจรจาหาทางออกลดความตึงเครียดที่เกิดขึ้น

โดย...ทีมข่าวการเมือง

แท้งตั้งแต่ยังไม่ทันเป็นรูปเป็นร่างกับความพยายามเปิดประตู “เจรจา” หาทางคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งที่เกิดในสังคมไทย ระหว่างกลุ่มเสื้อแดง ที่รวมพลกดดันให้รัฐบาล “ยุบสภา” ที่เป็นห่วงกันว่าจะนำมาสู่ความรุนแรงในที่สุด

เมื่อแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) บอยคอต ไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วมถกวางกรอบเจรจากับ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ ตัวแทนจากฝ่ายรัฐบาลที่ต้องแต่งตัวรอเก้อ

ด้วยเหตุผลขณะนั้น ยืนยันว่ากลุ่มเสื้อแดงจะเจรจาเฉพาะกับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ที่มีอำนาจในการยุบสภาแต่เพียงผู้เดียว ดังนั้น ไม่ว่ารัฐบาลจะส่งใครมาเจรจา เสื้อแดงก็จะยืนยันไม่เข้าร่วมชุมนุม แม้จะเป็นเวทีวางกรอบในครั้งที่ผ่านมา

ส่งผลให้ “การเจรจา” ที่เริ่มต้นจากแนวคิด ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สมาชิกวุฒิสภาส่วนหนึ่ง สถาบันพระปกเกล้า และกลุ่มของ โคทม อารียา ต้องถูกปิดประตูไปไม่ถึงฝั่งฝันกับความพยายามสร้างความสงบให้เกิดขึ้นในสังคม

ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่า เบื้องหลังการล้มกระดานเจรจาทั้งที่เสื้อแดงเตรียมส่ง นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำเสื้อแดง เข้าร่วมวางกรอบเจรจาแต่ต้องชักออกในที่สุดเพราะ “สัญญาณ” ไม่เอาด้วยจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ที่สะท้อนผ่านวิดีโอลิงก์มายังกลุ่มผู้ชุมนุม

แต่ใช่ว่าหนทางการ “เจรจา” จะปิดฉากลง เมื่อเสียงส่วนใหญ่จากสังคมสะท้อนผ่านผลโพลและเสียงเรียกร้องจากภาคเอกชน อยากให้มีการเจรจาหาทางออกลดความตึงเครียดที่เกิดขึ้น จนตามมาด้วยความพยายามเสนอตัวของหลายฝ่ายเพื่อเป็นคนกลางเจรจาแม้จะยังสะเปะสะปะ

ตั้งแต่ พายัพ ชินวัตร ประธาน สส.อีสาน พรรคเพื่อไทย ที่อาสา พร้อมใช้ฐานะ น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นคนกลาง ในการประสานให้ พ.ต.ท.ทักษิณ มาเจรจาเพื่อยุติปัญหาทุกอย่างในบ้านเมืองขณะนี้

“พ.ต.ท.ทักษิณเองก็ยืนยันว่าพร้อมคุย ไม่ว่าจะเป็นการคุยตัวต่อตัว หรือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขประชาธิปไตยและความสงบสุขของบ้านเมือง ส่วนผลที่ตามมาไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือยุบสภา ก็เป็นอีกเรื่อง”

ทว่า “กอร์ปศักดิ์” ออกมาดักคอ “เสื้อแดง” ให้คิดให้ตกผลึกถึงข้อเรียกร้องว่าจะเอาอย่างไร โดยหากวัตถุประสงค์เป็นเรื่องของการยุบสภา ก็ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยตรง ก็ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะสามารถเจรจาได้หรือไม่

ป้องกันไม่ให้มีการ “หมกเม็ด” ซ่อนเรื่องคดีความ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือคดีของกลุ่มเสื้อแดง เข้ามาในการเจรจา ที่จะยิ่งทำให้ปัญหาความขัดแย้งไม่สามารถได้ข้อสรุป แถมจะทำให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้น

ไม่แปลกที่ จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดง จะออกมาตัดตอนว่า การอาสาตัวของ “พายัพ” ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนเสื้อแดง ตามมาด้วย นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ปฏิเสธว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่รู้เรื่อง และไม่เคยมอบหมายให้ใครเป็นตัวแทนยื่นข้อเสนอในการเจรจา

ทว่าหากย้อนดูแถลงการณ์ นปช.ฉบับที่ 3 ข้อที่ 3 นปช.ยินดีให้มีการเจรจาโดยผู้เจรจาคือผู้มีอำนาจเต็มของแต่ละฝ่าย โดยฝ่ายรัฐบาลต้องเป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น เพราะเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจในการยุบสภา นั่นเท่ากับประตูเจรจาที่เสื้อแดงยังไม่ได้ปิดตายซะทีเดียว

ทั้งที่ในแง่เนื้อหา ข้อเรียกร้อง “ยุบสภา” และคำยืนยันผ่านแถลงการณ์ นชป. ระบุว่า ไม่มีข้อเรียกร้องอื่นใด และเมื่อยุบสภาแล้วทุกฝ่ายต้องเลิกชุมนุม พร้อมทำสัญญาประชาคมให้ทุกพรรคสามารถเข้าไปหาเสียงทุกพื้นที่โดยไม่มีการสกัดกั้น ก่อนจะให้ผลการเลือกตั้งเป็นเครื่องตัดสิน

ดูจะเป็น “เงื่อนไข” ที่สอดรับกับคำประกาศของ “อภิสิทธิ์” ที่ไม่ได้ปิดตายการยุบสภา แต่ต้องพิจารณาต่อไปถึงสภาพการเลือกตั้ง การลงพื้นที่หาเสียงหลังจากนั้น ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขที่มีส่วนตรงกัน และอาจนำมาเป็นประเด็นเจรจาหาทางออกได้

ยิ่งในภาวะที่ทุกฝ่าย ตั้งแต่ “อภิสิทธิ์” ไปจนถึงพรรคร่วมรัฐบาล เริ่ม “แบไต๋” พร้อมยุบสภา แค่รอจังหวะสุกงอม หลีกเลี่ยงความบอบช้ำจากการทนทู่ซี้อยู่ในตำแหน่ง แบบถูกมัดแขนมัดขาจนบริหารงานไม่ได้กลายเป็นรัฐบาลเป็ดง่อยที่จะยิ่งส่งผลลบต่อการเลือกตั้งครั้งหน้า

งานนี้จึงต้องจับตาไปยัง “หมาก” อีกตัว อย่าง บิ๊กจิ๋ว พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย กับการเดินสาย “ล็อบบี้”? พรรคร่วมรัฐบาล เดินเกมคู่ขนาน บีบให้พรรคร่วมยอมเข้าสู่กระบวนการ “ยุบสภา” เพื่อหาทางออกให้ประเทศ

เพราะต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาความเหนียวแน่นของพรรคร่วมรัฐบาล ที่สะท้อนผ่านการออกมายืนเบื้องหลัง “อภิสิทธิ์” ยืนยันจุดยืนไม่ยุบสภา 23 ครั้ง ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นหลักให้รัฐบาลได้อุ่นใจกับความเหนียวแน่นในช่วงเวลานี้

ดังนั้น หาก “บิ๊กจิ๋ว” เจาะฐานสำคัญของรัฐบาลได้ การเดินหน้าไปสู่เป้าหมายกดดันให้รัฐบาลยุบสภา ก็จะง่ายดายขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศความอึดอัดของพรรคร่วมรัฐบาล กับสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน

แม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย หรือทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การยุบสภา ภายในสัปดาห์สองสัปดาห์นี้ หรือไม่ใช่การดึงเสียงพรรคร่วมรัฐบาลมาพลิกขั้ว หนุนเพื่อไทยตั้งรัฐบาลใหม่ ตามที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน สส.พรรคเพื่อไทย ออกมาแสดงความเห็น

แต่อย่างน้อย ก็เดินสายของ บิ๊กจิ๋ว รอบนี้ น่าจะเปิดทางให้นำไปสู่การเจรจา ในอีกมิติหนึ่ง วางกรอบว่าจะนำไปสู่การยุบสภา ในช่วงเวลาไหนที่เหมาะสม หรือเห็นทิศทางอนาคตเพิ่มขึ้นขณะที่บรรยากาศการเคลื่อนไหวภายนอกสภาของกลุ่มเสื้อแดง ยังคงเดินไปตามยุทธศาสตร์

งานนี้ “ประตู” การเจรจาที่เคยเหมือนจะปิดตายไปแล้วก่อนหน้านี้ จึงยังพอมีช่องให้คู่ขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและเสื้อแดง กลับมาพูดจาหาทางออกกันได้ใหม่ ส่วนจะได้ผลสุดท้ายอย่างไร หรือจะเห็นผลเมื่อไหร่ ยังคงต้องติดตามกันต่อไป

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว