
อย่าเลอะเทอะ
นิยามคำว่า ภัยแล้ง น่าจะตรงกันทุกหน่วยงาน คือภัยที่เกิดจากการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเป็นเวลานาน จนก่อให้เกิดความแห้งแล้งและส่งผลกระทบต่อชุมชน ซึ่งสาเหตุเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเล หรือเกิดจากการกระทำของมนุษย์ อาทิ การพัฒนาด้านอุตสาหกรรม การตัดไม้ทำลายป่า ฯลฯ
นิยามคำว่า ภัยแล้ง น่าจะตรงกันทุกหน่วยงาน คือภัยที่เกิดจากการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเป็นเวลานาน จนก่อให้เกิดความแห้งแล้งและส่งผลกระทบต่อชุมชน ซึ่งสาเหตุเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเล หรือเกิดจากการกระทำของมนุษย์ อาทิ การพัฒนาด้านอุตสาหกรรม การตัดไม้ทำลายป่า ฯลฯ
หากรัฐมนตรีที่รับผิดชอบจะเปลี่ยนนิยามใหม่ให้ปัญหาภัยแล้งเป็นเพียงเรื่องน้ำน้อย เพียงเพราะไม่ต้องการให้ประชาชนตื่นตระหนกไม่น่าจะถูกต้องนัก
ประเทศไทยเผชิญปัญหาภัยแล้งทุกปี และหน่วยงานรัฐไม่เคยแก้ปัญหาได้ทันท่วงที เพราะไม่มีการกักเก็บน้ำอย่างเป็นระบบ ประเทศจึงตกอยู่ในสถานการณ์น้ำมากเกินไปและน้ำน้อยเกินไป กระทั่งเป็นปัญหาภัยแล้งวนเวียนเช่นนี้อยู่ทุกปี
เมื่อไม่กี่เดือนก่อนนี้ ประชาชนจำนวนหนึ่งในหลายจังหวัดภาคเหนือและภาคกลาง เพิ่งเผชิญปัญหาอุทกภัยไปหมาดๆ แต่ถึงวันนี้ภัยใหม่มาเยือนในชั่วข้ามคืน โครงการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาล ที่หมายมั่นปั้นมือจะพลิกโฉมประเทศให้รอดพ้นจากภัยธรรมชาติ ก็ดูไม่สามารถสร้างความมั่นใจได้ว่าจะเป็นจริงตามราคาคุย เพราะกว่าจะคัดเลือกบริษัทมาก่อสร้างได้ก็ล่วงไปถึงเดือน เม.ย. 2556
นายปลอดประสพ สุรัสวดี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ตอบกระทู้ถามสดในที่ประชุมสภา เมื่อวันที่ 26 ต.ค. โดยยอมรับว่า ภัยแล้งที่เกิดขึ้นค่อนข้างรุนแรงในรอบ 20 ปี พร้อมสาธยายแนวทางการแก้ปัญหาสารพัดวิธีไปจนถึงเดือน มี.ค.ปีหน้า แต่ผ่านไป 1 วัน รัฐมนตรีผู้ดุดันมาออกรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน พลิกคำมาบอกว่า คำว่าแล้งดูรุนแรงไป จึงขอใช้คำว่าปีนี้น้ำน้อยกว่าปีที่ผ่านมา
ระหว่างเดือน พ.ย.มี.ค.ของทุกปี ประเทศจะเจอปัญหาภัยแล้ง และยิ่งภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนแปลงรุนแรง รัฐบาลยิ่งจำเป็นต้องวางแผนรับมืออย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ลูบหน้าปะจมูก หรือเลือกปฏิบัติในการให้ความช่วยเหลือ หรือใช้วิธีการเล่นคำเพื่อเอาหน้ารอดรายวัน
ถูกต้อง ที่เสนาบดีที่รับผิดชอบในเรื่องนี้แนะนำให้ประชาชนปรับตัวให้เข้ากับสภาพสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป เพราะเป็นภัยที่เกิดจากธรรมชาติ แต่พลเมืองทั้งประเทศจะสบายใจและภาคภูมิใจต่อประเทศนี้ไม่ได้ หากฝ่ายบริหารยังสะเปะสะปะเอาหน้ารอดไปวันๆ
หากย้อนไปดูเหตุการณ์พายุเข้าประเทศไทยก่อนหน้านี้ จะเห็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่าการสั่งการแบบซิงเกิล คอมมานด์ ที่ผู้นำประเทศต้องการให้เกิด เพื่อแก้ปัญหาให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดจากส่วนกลางไปถึงท้องถิ่น ก็ไม่เกิดขึ้นจริง
การใช้คลังข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจยังมีความคลาดเคลื่อน ส่งผลให้การคาดการณ์สถานการณ์ภัยและการแจ้งเตือนภัยขาดความเชื่อมั่น ศรัทธา ซ้ำร้ายยังนำมาเป็นประเด็นทางการเมืองระหว่างพรรคหวังแย่งชิงกระแสนิยม ยิ่งทำให้ศรัทธาในการแก้ปัญหาภัยพิบัติของรัฐบาลติดลบ ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาภัยแล้งที่กำลังถาโถมเข้าใส่ในหลายจังหวัดของประเทศ







