posttoday
เซ็นตั้งสภาธุรกิจไทย-เวียดนาม

เซ็นตั้งสภาธุรกิจไทย-เวียดนาม

28 ตุลาคม 2555

กิตติรัตน์ ระบุประชุมไทยเวียดนาม เน้นร่วมมือข้าว ยาง พลังงาน เชื่อมโลจิสติกส์ ดันการค้าระหว่างกันโต 20%

กิตติรัตน์ ระบุประชุมไทยเวียดนาม เน้นร่วมมือข้าว ยาง พลังงาน เชื่อมโลจิสติกส์ ดันการค้าระหว่างกันโต 20%

การประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมอย่างไม่เป็นทางการไทยเวียดนาม ครั้งที่ 2 วาระการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจและสังคม เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา ในส่วนของเศรษฐกิจ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ตัวแทนเข้าร่วมหารือกลุ่มย่อยด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยหลังการประชุมว่า ที่ประชุมเห็นร่วมกันจะส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้าการลงทุนโดยตั้งเป้าการเติบโตทางการค้าไว้ที่ 20% ต่อปี ระหว่างปี 2555-2558 รวมถึงการจัดตั้งสภาธุรกิจไทยเวียดนาม เพื่อสานต่อการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างกัน

สำหรับในเรื่องสินค้าเกษตรได้เห็นชอบร่วมกันขยายความร่วมมือกรอบทวิภาคี และจัดการประชุมหารือเรื่องข้าวในระดับต่างๆ ให้บ่อยขึ้น เพื่อยกระดับความร่วมมือของประเทศผู้ผลิตข้าวเพื่อการส่งออกในกลุ่มอาเซียนให้สูงขึ้น นอกจากนั้นเวียดนามยังตกลงที่จะเข้าร่วมประชุมไตรภาคีด้านยางพารา เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการรักษาเสถียรภาพราคายางอีกด้วย

นอกจากนั้น ทั้งสองประเทศยังเห็นร่วมกันที่จะดำเนินมาตรการต่างๆ อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน รวมทั้งจะจัดให้มีเงินกู้ยืมเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระหว่างกัน ในลักษณะการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือ PPP และเห็นร่วมกันควรเร่งลงนามบันทึกช่วยจำ หรือเอ็มโอยู เรื่องการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารระหว่างชายแดน ผ่านเส้นทางถนน R9 ที่จะครอบคลุมระหว่างเมืองหลวงทั้งสองประเทศ เชื่อมถึงท่าเรือแหลมฉบัง ส่วนถนน R8 และ R12 ก็จะเร่งผลักดันให้เกิดเป็นระเบียงเศรษฐกิจฝั่งตะวันออกและตะวันตกต่อไป โดยจะหารือร่วมกัน 3 ฝ่าย ทั้งไทย เวียดนาม และลาว ต่อไป

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายเหวินเตินซุง นายกรัฐมนตรีเวียดนาม แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมอย่างไม่เป็นทางการครั้งที่ 2 ว่า ในการประชุมครั้งนี้ประสบผลสำเร็จทั้งสองฝ่าย ได้ลงนามข้อตกลงร่วมกัน 3 ฉบับ คือ ฉบับที่ 1 แถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับการประชุมคณะรัฐมนตรีไทยเวียดนาม ครั้งที่ 2 ฉบับที่ 2 แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยวิสัยทัศน์ความมั่นคงไทยเวียดนาม ปี 25552559 และฉบับที่ 3 ข้อตกลงก่อตั้งสภาธุรกิจไทยเวียดนาม

ทั้งนี้ ความร่วมมือด้านการเมือง ความมั่นคงและกลาโหม ทั้งสองฝ่าย เห็นตรงกันในการจัดทำแผนปฎิบัติการแลกเปลี่ยนความร่วมมือ โดยเฉพาะไม่อนุญาตให้บุคคลหรือองค์กรใดๆ ใช้อาณาเขตต่อต้านประเทศซึ่งกันและกัน รวมถึงความร่วมมือการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ และการปราบปรามการก่อการร้าย ในระดับทวิและพหุพาคีนอกจากนี้ ไทยและเวียดนามได้บรรลุข้อตกลงที่จะส่งเสริมให้เกิดสันติภาพในภูมิภาค เสถียรภาพและความมั่นคง การเดินเรือในทะเลตะวันออก โดยเฉพาะการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธี ด้วยการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างอาเซียน จีน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาข้อพิพาททะเลจีนใต้สำหรับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจเน้นส่งเสริม ความร่วมมือในการส่งออกข้าว เอื้ออำนวยความสะดวกและส่งเสริมความร่วมมือในภาคธุรกิจ เปิดเส้นทางการบินใหม่ระหว่างทั้งสองประเทศ และแก้ปัญหาการทำประมงบริเวณน่านน้ำ ขณะที่ความร่วมมือด้านสังคมและวัฒนธรรม ทั้งสองฝ่ายมีความตกลงด้านแรงงาน พร้อมกับแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมประชาชนทั้ง สองชาติ ด้านการศึกษาและภาษา

นอกจากนี้การก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ทั้งสองชาติพร้อมส่งเสริมสนับสนุนบทบาทของอาเซียนให้มีความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะ การใช้และการบริหารจัดการแม่น้ำโขงอย่างหยั่งยืน การรักษาสิ่งแวดล้อม และผลประโยชน์ของประชาชน ในประเทศ ชายฝั่ง

ครม.ไทย เวียดนาม ชื่นมื่น แถลงร่วม 2 ชาติ บรรลุเอ็มโอยู 3 ฉบับ ด้านเศรษฐกิจ “ปู” ปลื้มเวียดนามร่วมถกประชุมข้าว ยางพารา เน้นร่วมส่งออก รักษาเสถียรภาพราคา ความมั่นคง 2 ชาติ จับมือทำแผนปฎิบัติการป้องอาชญากรรมข้ามชาติ ก่อการร้าย ไทยยินดีประสานอาเซียนจีน สร้างสันติภาพในทะเลจีนใต้

นส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร กล่าวว่า การประชุมบรรลุผลสำเร็จทั้ง สองชาติ ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ ร่วมกัน เพื่อผลักดัน ข้อตกลงต่างๆ ให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะการร่วมมือ ในการสร้างความมั่นคง ด้านอาหารและการเกษตร เน้นข้าว และยางรา โดยข้าวทางไทยและเวียดนามจะมีการจัดประชุมหารือ เพื่อส่งเสริมการส่งออกข้าวให้บ่อยครั้งขึ้นสำหรับยางพารา เป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่รัฐบาลเวียดนามตอบรับการประชุม ยางพารา ที่กรุงเทพมหานครในเดือยธันวาคมนี้ ทั้งนี้ สองชาติ มีความร่วมมือ ด้วยกันเกี่ยวกับการส่งเสริมการเชื่อมโยง เส้นทางคมนาคม และการส่งเสริมแก้ปัญหาข้อพิพาททะเลจีนใต้

โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนขอถือโอกาสนี้เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ไทย – เวียดนาม ให้แน่นแฟ้นและเจริญรุ่งเรืองต่อกันต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันผลักดันประเด็นความร่วมมือทุกด้านทั้งประเด็นการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมให้มีความคืบหน้าที่ดี มีการร่วมกันผลักดันในเวทีระดับภูมิภาค โดยเฉพาะในกรอบอาเซียนซึ่งไทย – เวียดนาม ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการมุ่งไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียนร่วมกัน

ทั้งนี้การประชุมในครั้งนี้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี และนายชัชชาติ สิทธิพันธ์ รมช.คมนาคม ได้ขอถอนตัวภายหลังที่มีการทูลเกล้าฯโผครม.ชุดใหม่ โดยเฉพาะในรายของพล.อ.ยุทธศักดิ์ ซึ่งไม่มีรายชื่อในโผครม.ครั้งนี้ ทำให้การเดินทางมาร่วมประชุมครั้งนี้อาจมีผลผูกพันทางกฎหมายได้ โดยก่อนหน้านี้พล.อ.ยุทธศักดิ์ ได้ขอยกเลิกการประชุมประชาคมด้านการข่าวเมื่อวันที่ 26 ต.ค.ไปแล้วเช่นกัน ขณะที่ในส่วนของนายชัชชาติมีการขยับไปดำรงตำแหน่งรมว.คมนาคม หากเข้าร่วมประชุมก็อาจส่งผลในทางกฎหมาย

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก