
คณะบุคคลเจอดีเล็งฟันภาษี20%
สรรพากรดัดหลัง คณะบุคคลเลี่ยงภาษีเล็งเปลี่ยนเก็บภาษีใหม่เป็น 20% อัตราเดียว
สรรพากรดัดหลัง คณะบุคคลเลี่ยงภาษีเล็งเปลี่ยนเก็บภาษีใหม่เป็น 20% อัตราเดียว
นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้หารือกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ขอเปลี่ยนอัตราภาษีเงินได้ของคณะบุคคล เป็น 20% จากปัจจุบันที่เสียเป็นขั้นบันไดเหมือนบุคคลธรรมดา
สำหรับฐานภาษีของบุคคลธรรมดานั้นจะคิดตามรายได้ เริ่มต้นที่ 5% สูงสุด 37% หักค่าลดหย่อนส่วนตัวได้ 3 หมื่นบาท แต่คณะบุคคลหักค่าลดหย่อนได้ 6 หมื่นบาท
ถึงความคืบหน้าถึงการแก้ปัญหาเลี่ยงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของกลุ่มอาชีพอิสระ อาทิ ดารา หมอ วิศวกร ด้วยการไปจัดตั้งเป็นคณะบุคคลที่ไม่ใช้นิติบุคคลว่า ได้นำหารือกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลังแล้ว ซึ่งกรมสรรพากรมีแนวคิดเบื้องต้นว่าจะเก็บภาษีที่อัตรา 10% ของรายรับให้เหมือนกับมูลนิธิ สมาคม แต่ที่ประชุมเห็นร่วมกันว่าควรเก็บ 20% เพื่อไม่ให้เป็นการส่งเสริมให้เกิดการเลี่ยงภาษีขึ้นมาอีก
“คาดว่าวิธีการใหม่นี้จะทำให้ผู้ที่คิดจะจัดตั้งคณะบุคคลมาเลี่ยงภาษีหมดไป เพราะหากเสียภาษีฐานเดียวที่ 20% เพราะถ้าเป็นฐานภาษีของบุคคลธรรมดาเป็นแบบขั้นบันได 537% ตามอัตรารายได้ แต่วิธีการใหม่ถ้าเป็นคณะบุคลลแล้วต้องเสีย 20% เมื่อเปรียบเทียบจะสูงกว่าการเสียแบบบุคคลธรรมดามาก” นายสาธิต กล่าว
ทั้งนี้ การดำเนินการเรื่องดังกล่าวต้องแก้กฎหมายภาษี หรือประมวลรัษฎากร ต้องเสนอแก้กฎหมายไปยังรัฐสภา โดยกฎหมายใหม่นี้จะแยกคำนิยามให้ชัดว่า คณะบุคคลคืออะไร ห้างหุ้นส่วนคืออะไร หากเป็นคณะบุคคลที่ไม่แสวงหากำไรต้องเสียภาษีอย่างไร เช่น การจัดตั้งชมรมขึ้นมาของนักเรียน หรือคนทำงาน ที่มีกิจกรรมร่วมกัน เก็บเงินร่วมกัน แต่ไม่ได้ทำการค้าอะไรผู้ที่นิยมตั้งคณะบุคคลขึ้นมา คือ กลุ่มอาชีพอิสระ แพทย์ วิศวกร ดารา นักแสดง
หรือแสวงหาผลกำไรอัตราภาษีควรจะน้อยกว่าคณะบุคคลที่แสวงหากำไร ซึ่งกฎหมายใหม่จะบอกว่าจะต้องเก็บภาษีอัตราเท่าใด ส่วนการรวมตัวกันเพื่อมุ่งการค้า แต่ไม่ได้จดเป็นบริษัท ไม่ใช่ห้างหุ้นส่วนที่เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ก็ต้องเสียภาษีแบบบริษัท ซึ่งจะแบ่งแยกกันชัดเจน แต่คงต้องรอให้กฎหมายออกมาก่อน
ทงนบคคลทปรกอบอชพอสร
นายสาธิต กล่าวว่า การปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้น ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาลจะให้ดำเนินการอย่างไร โดยในปี 2556 กรมเน้นเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บ และดึงคนให้มาเสียภาษีเพิ่มขึ้น ล่าสุดเตรียมจะนำระบบบัตรสะสมแต้มจากการซื้อสินค้าและบริการ นำมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีอื่นๆ
“วิธีนี้จะทำให้ประชาชนที่ซื้อสินค้าเรียกใบเสร็จรับเงินจากร้านค้ามากขึ้น ก็จะทำให้การเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่มลดลง ส่วนกรณีของดาราสาว พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ได้เชิญมาหารือ มีการเสียค่าปรับ ดำเนินการให้ถูกต้องแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ถือเป็นความลับทางกฎหมาย” อธิบดีกรมสรรพากร กล่าว
ขณะที่เรื่องแยกยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาระหว่างสามีและภรรยาที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งออกมานั้น ขณะนี้กรมสรรพากรออกประกาศแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากสามีและภริยา และนำไปเผยแพร่ในเว็บไซค์ของกรม www.rd.go.th แล้ว ซึ่งมีผลบังคับใช้ในปีภาษี 2555 ที่ต้องยื่นแบบแสดงภาษีในช่วงเดือนม.ค.มี.ค.2555 ทั้งนี้ในประกาศดังกล่าวระบุว่าการเก็บภาษีเงินได้จากสามีและภริยาสำหรับปีภาษี 2555 เป็นต้นไปนั้น มิให้ถือว่าเงินได้พึงประเมินของภรรยาเป็นเงินได้ของสามีกรณีสามีภรรยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้สามีและภรรยาต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ ยื่นรายการและเสียภาษีเงินได้ในนามตนเอง ส่วนกรณีเงินได้พึงประเมินที่เกิดจากการทำกิจการร่วมกัน หรือที่มิได้พิสูจน์ว่าเป็นเงินได้ของฝ่ายใด ให้ยื่นรายการและเสียภาษีในนามคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล







