
"ทักษิณ" โดนหมายจับ สว. เดินหน้าล้มจำนำข้าว
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาคงไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่า ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งให้ออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยคนสำคัญในคดีธนาคารกรุงไทย (KTB) อนุมัติปล่อยสินเชื่อให้กับบริษัทเครือกฤษดามหานคร เนื่องจากไม่ได้เดินทางมารับฟังคำสั่งศาล
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาคงไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่า ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งให้ออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยคนสำคัญในคดีธนาคารกรุงไทย (KTB) อนุมัติปล่อยสินเชื่อให้กับบริษัทเครือกฤษดามหานคร เนื่องจากไม่ได้เดินทางมารับฟังคำสั่งศาล
เกิดประเด็นอย่างนี้ขึ้น ฝ่ายค้านไม่พลาดที่จะนำมาขยายผล เมื่อ สาธิต ปิตุเตชะ สส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ หยิบมาตั้งกระทู้ถามสดในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อถามดังๆ ไปยังรัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไรกับเรื่องนี้ และเป็นทางด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ต้องลุกขึ้นมาชี้แจงแบบไม่ให้ปล่อยผ่านไปง่ายๆ พร้อมกับแก้ตัวแทน พ.ต.ท.ทักษิณ ไปในคราวเดียวกันเลย
“ขณะนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ดำรงตำแหน่งนายกฯ ไม่มีอำนาจในการปล่อยสินเชื่อ เพราะผู้ที่มีอำนาจแท้จริงคือกรรมการผู้จัดการใหญ่เท่านั้น ส่วนการนำตัวกลับมาดำเนินคดี รัฐบาลไม่มีอำนาจ เพราะการขอตัวผู้ที่ต้องการตามหมายศาล ต้องเป็นประเทศที่ได้ทำสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน มีกฎหมายระหว่างประเทศที่มีความเป็นสากล และไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง” ร.ต.อ.เฉลิม ระบุ
มาที่ปมร้อนเรื่องไซฟ่อนเงิน 1.6 หมื่นล้านบาทของนักการเมืองไทยที่ฮ่องกงกันบ้าง งานนี้ถึงคิวพรรคเพื่อไทยออกมาตอบโต้ นำโดย ก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้สวนกลับว่า ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น (ภตช.) ล้วนเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) แทบทั้งสิ้น
ก่อแก้ว ขยายความว่า มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการ ภตช. เคยเป็นวิทยากรและแกนนำให้ความรู้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยของรัฐให้กับกลุ่ม พธม. ระหว่างวันที่ 25 มิ.ย. 2548 ถึง 19 ก.ย. 2549 หรือ พล.อ.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ ประธานกรรมการ ภตช.เคยเข้าร่วมกับ พธม.ในการชุมนุมเมื่อปี 2549 และ 2551 และที่สำคัญ ภตช.ยังมี น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้วย ทำให้เห็นว่าการออกมาปล่อยข่าวเรื่องนี้มีจุดประสงค์เพื่อล้มรัฐบาล
ขณะที่ น.ต.ประสงค์ ชี้แจงว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มดังกล่าว และไม่เคยดำรงตำแหน่งใดๆ ใน ภตช. ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่เคยคิดเป็นอีแอบจ้องล้มรัฐบาล เพราะอยู่ข้างหน้าเสมอ ส่วนคนที่เป็นอีแอบตัวจริงอยู่ต่างประเทศและก่อเรื่องมากมายให้กับประเทศชาติ
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการลดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่มีต่อรัฐบาล ส่งผลให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม ตรวจสอบการไซฟ่อนเงิน ซึ่งรองนายกฯ เฉลิม ได้ส่งไม้ต่อให้กระทรวงยุติธรรมดำเนินการพร้อมกับเชิญ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาหารือถึงแนวทางการตรวจสอบต่อไป
แต่ล่าสุดมีรายงานออกมาจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดย ภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. ว่า ได้ประสานงานไปยัง ป.ป.ช.ฮ่องกงแล้ว พบว่าไม่มีข้อมูลการไซฟ่อนเงินแต่อย่างใด
ยังอยู่กับประเด็นการตรวจสอบการทุจริต แต่เป็นในส่วนของวุฒิสภา เพราะมี สว. 67 คน ได้เข้าชื่อร่วมกันเพื่อส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาวินิจฉัยว่าการขายข้าวในลักษณะรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เข้าข่ายต้องผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภามาตรา 190 หรือไม่ โดยเป็นความพยายามล้มนโยบายจำนำข้าวอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญเพิ่งมีความเห็นยกคำร้องของกลุ่มนักวิชาการ
สำหรับเหตุผลที่กลุ่ม สว.เห็นว่าการขายข้าวแบบจีทูจีเข้าลักษณะตามมาตรา 190 มีด้วยกัน 3 ประการ คือ 1.กระทบต่องบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ เพราะต้องใช้งบประมาณแผ่นดินมาชดเชยในส่วนที่ขาดทุนจากการขายข้าว 4.4 หมื่นล้านบาท 2.มีผลผูกพันทางด้านการค้า การลงทุน และ 3.มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม
ขณะเดียวกัน สัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดความเคลื่อนไหวสำคัญที่ดีเอสไอ เพราะ ธาริต เจ้ากรมสอบสวนคดีพิเศษ ตั้งรางวัลนำจับชายชุดดำให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแส จนสามารถนำไปสู่การจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุในคดีพิเศษ 7 คดี ประกอบด้วย 1.การเสียชีวิตของ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม 2.พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล 3.ฮิโรยูกิ มูราโมโต นักข่าวญี่ปุ่น 4.ฟลาบิโอโปแลงกี ช่างภาพชาวอิตาลี 5.จ.ส.ต.วิทยา พรหมสำลี เสียชีวิต 6.ส.ต.ต.กานต์ณุพัฒน์ เลิศจันทร์เพ็ญ เสียชีวิตที่ถนนสีลม และ 7.คดีพลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาระ
ทันทีที่ประกาศออกมา ก็มีทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายไม่เห็นด้วย อาทิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เห็นด้วยกับมาตรการของดีเอสไอ เพราะจะช่วยให้มีการหาตัวผู้บงการได้ แต่ ถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มองว่า เป็นเพียงการแก้เกี้ยวของดีเอสไอเท่านั้น
แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีใครรู้ว่าชายชุดดำเป็นใคร แต่ที่แน่ๆ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้มอบหมายให้ทนายความฟ้อง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สุเทพ เทือกสุบรรณ สส.สุราษฎร์ธานี กรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ จากกรณีปราศรัยใส่ร้ายว่าอยู่เบื้องหลังชายชุดดำที่สวนลุมพินี
ถึงกระนั้น การใช้สิทธิฟ้องร้องคดีของอดีตนายกฯ ทักษิณ กลับไม่ได้ระคายกับฝ่ายค้านมากนัก เนื่องจากสุเทพแสดงจุดยืนทันทีว่าจะเปิดเวทีผ่าความจริงเรื่องชายชุดดำต่อไป และเป็นโอกาสดีที่จะได้นำข้อเท็จจริงมาพิสูจน์กันในชั้นศาล
จากเรื่องชายชุดดำ มาปิดท้ายด้วยชายในชุดพรรคเพื่อไทย เปิดตัวเป็นทางการเสียที สำหรับ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพิ่งจะเกษียณอายุราชการได้ไม่นาน ก็ตัดสินใจเล่นการเมืองในนามพรรคเพื่อไทย
การมาของบิ๊กอ๊อฟในครั้งนี้ยิ่งทำให้กระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เริ่มแรงขึ้น โดยเฉพาะในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี แทน ร.ต.อ.เฉลิม เหลือเพียงการจัดสรรตำแหน่งอื่นๆ ให้ลงตัวเท่านั้น รวมไปถึงการหาที่ว่างที่เหมาะสมให้กับ ร.ต.อ.เฉลิม ด้วย หากสุดท้ายแล้วต้องหลุดจากเก้าอี้ สร.3 ขึ้นมาจริงๆ







