
คมนาคมเร่งรณรงค์กม.ใหม่ห้ามขาย-ดื่มเหล้า
“รมว.คมนาคม” เร่งรณรงค์กฎหมายใหม่ห้ามขายห้ามดื่มเหล้าเบียร์ในรัฐวิสาหกิจ-บนรถ แนะเพิ่มมาตรการห้ามนำเหล้าติดไว้ในรถ
“รมว.คมนาคม” เร่งรณรงค์กฎหมายใหม่ห้ามขายห้ามดื่มเหล้าเบียร์ในรัฐวิสาหกิจ-บนรถ แนะเพิ่มมาตรการห้ามนำเหล้าติดไว้ในรถ
เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ที่กระทรวงคมนาคม นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ที่ปรึกษาเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมด้วย เครือข่ายเฝ้าระวังแอลกอฮอล์กรุงเทพ เครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา กว่า 30 คน เดินทางเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อเรียกร้องให้กำชับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัด อาทิ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) บริษัทขนส่งจำกัด ฯลฯ ปฏิบัติตามกฎหมายห้ามขายห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในรัฐวิสาหกิจ และห้ามดื่มบนรถ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับล่าสุด
นายจะเด็จ กล่าวว่า ภาคประชาชนเห็นถึงภารกิจของกระทรวงคมนาคม เพราะเป็นหน่วยงานหลักที่บูรณาการแก้ปัญหาจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน หากเข้มงวดในการนำกฎหมายใหม่มาบังคับใช้ จะสามารถเอื้อต่อการทำงานให้มีประสิทธิภาพได้ และจะเป็นมาตรการที่มีรูปธรรมชัดเจนในการลดอุบัติเหตุ ที่ภาครัฐประกาศให้เป็นทศวรรษความปลอดภัยทางถนน ดังนั้นจึงขอให้กระทรวงคมนาคมนำข้อเสนอไปพิจารณา ดังนี้ 1.ขอให้กระทรวงคมนาคม ดำเนินการให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัด อาทิ ขสมก. บริษัทขนส่งจำกัด ฯลฯ ปฏิบัติตามกฎหมาย ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บนทาง
2. ขอให้กระทรวงคมนาคม ดำเนินการให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดมิให้มีการขายหรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องห้ามขาย ห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในสถานที่ของรัฐวิสาหกิจกับหน่วยงานอื่นของรัฐ 3. ขอให้กระทรวงคมนาคม เร่งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบและปฏิบัติตามกฎหมาย ดังกล่าวข้างต้น และ 4 ขอให้มีการปรับปรุงเนื้อหาในการสอบใบอนุญาตขับขี่ ให้เพิ่มความเข้มของผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อสร้างความตระหนักและรับรู้ถึงกฎหมายห้ามดื่มบนรถให้กับผู้ขับขี่มือใหม่
“กฎหมายฉบับนี้มีโทษรุนแรงกว่าการเมาแล้วขับ ซึ่งมีบทลงโทษสูงสุดถึงขั้นจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นเชื่อว่าจะช่วยหนุนเสริมให้เกิดประโยชน์ต่อการใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก จึงควรบังคับใช้ให้ได้ก่อนเทศกาลปีใหม่ หรือช่วง7 วันอันตราย รวมถึงสงกรานต์ เพราะมีประชาชนเดินทางท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก และอยากให้เห็นความสำคัญในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ รวมถึงเร่งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ เพราะถือเป็นเรื่องใหม่ โดยเครือข่ายฯยินดีสนับสนุนการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ตลอดจนมีส่วนร่วมเฝ้าระวังการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเต็มที่" นายจะเด็จ กล่าว
ด้าน ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) กล่าวว่า มีคนไทยตายจากอุบัติเหตุบนท้องถนนปีละกว่า 10,560 ราย มากกว่าการเสียชีวิตจากยาเสพติดผิดกฎหมายทุกชนิดรวมกัน จึงอยากให้รัฐบาลเห็นความสำคัญของปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีผลกระทบต่อชีวิตของคนไทยในหลายมิติ โดยเฉพาะกับเยาวชน ครอบครัว และในเทศกาลที่มีวันหยุดยาว รัฐบาลควรมีมาตรการที่จริงจังกว่าเดิม และประเมินผลให้ได้ว่า ลดการเสียชีวิตการจากอุบัติเหตุได้จริงหรือไม่ ทั้งๆที่รู้กันดีแล้วว่ามีสาเหตุหลักจากการดื่มแล้วขับ หรือการดื่มในรถทุกชนิดที่นำไปสู่การชวนคนขับดื่มจนเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงการเปิดเพลงเสียงดังแล้วเต้น ดื่มกินกันบนรถทั้งที่เป็นสองแถวและรถบัส ซึ่งเรียกกันว่าเธคเคลื่อนที่ ก็มีความเสี่ยงอย่างมาก เพราะมีข่าวเมาแล้วตกรถลงมาตายอยู่บ่อยๆ
ขณะที่ นายจารุพงศ์ กล่าวภายหลังจากรับข้อเสนอของภาคประชาชนว่า ตนเห็นด้วยกับกฎหมายใหม่ที่ออกมา เพราะเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยลดอุบัติเหตุเจ็บ ตายบนท้องถนนได้ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการบังคับใช้ที่ผ่านมายังไม่เข้มแข็ง สถิติตัวเลขช่วงปีใหม่ สงกรานต์ยังคงนิ่ง ทั้งนี้จะนำข้อเสนอจากทางเครือข่ายไปพิจารณา กำชับให้หน่วยงานในสังกัดบังคับใช้อย่างเข้มงวดจริงจัง ทั้งนี้คงต้องเร่งรณรงค์ให้ทันก่อนช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังใกล้เข้ามาถึง นอกจากนี้หากมีมาตรการเพิ่มเติมจะช่วยลดอุบัติเหตุได้อีกทาง เช่น ห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีลักษณะพร้อมดื่มมาไว้ในรถ และหากคนขับมีอาการมึนเมา ควรเพิ่มโทษเป็น2 เท่า หรือรถสาธารณะควรมีสติ๊กเกอร์ คำเตือนที่ระบุโทษของกฎหมายติดไว้ที่รถเพื่อให้ประชาชนรับรู้รับทราบ และการสอบใบอนุญาตขับขี่เห็นด้วยหากจะมีการบรรจุข้อสอบของกฎหมายใหม่เข้าไป







