
ต้องหลากหลาย
จากความภาคภูมิที่เคยได้รับในฐานะประเทศที่มีข้าวเพียงพอต่อการบริโภคภายใน
จากความภาคภูมิที่เคยได้รับในฐานะประเทศที่มีข้าวเพียงพอต่อการบริโภคภายใน
โดยการรับรองจากองค์การอาหารและเกษตร (เอฟเอโอ) เมื่อปี 2528 ทุกวันนี้อินโดนีเซียได้กลายสภาพเป็นประเทศผู้นำเข้าข้าว รวมถึงอาหารประเภทต่างๆ เช่น ถั่วเหลือง ข้าวสาลี หรือกระทั่งเกลือ มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์จาการ์ตาโพสต์แห่งอินโดนีเซีย แสดงความเห็นว่า สาเหตุสำคัญหลักๆ ที่ทำให้ประเทศใช้ระยะเวลา 30 ปี ตกอยู่ในสภาพขาดแคลนอาหาร สืบเนื่องมาจากนโยบายของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยที่เชื่อฝังใจว่าการทำให้ข้าวราคาถูกคือการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
ทว่า สิ่งที่รัฐบาลลืมคิดไปก็คือความหลากหลายทางวัฒนธรรมทางอาหารของประเทศ โดยแม้ประชากรส่วนใหญ่จะบริโภคข้าว แต่ข้าวก็ไม่ใช่อาหารหลัก ดังนั้นในหลายๆ พื้นที่ที่ขาดแคลนข้าว จึงไม่ได้หมายความว่าประชาชนเหล่านั้นไม่มีข้าวกิน แต่เป็นเพราะชุมชนเหล่านั้นบริโภคอาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรตสูงตัวอื่นเป็นหลัก เช่น ข้าวโพด หรือมันฝรั่ง
ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้นโยบายรัฐบาลจึงจำกัดอยู่เพียงแค่การทำอย่างไรให้สามารถกระจายข้าวไปได้อย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ และการทุ่มเงินอุดหนุนข้าวจำนวนมหาศาล เพื่อให้ข้าวมีราคาถูกในระดับที่ประชาชนทั่วประเทศหาซื้อมากินได้
ทั้งนี้ เงินอุดหนุนข้าวของรัฐบาลอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจาก 440 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2545 มาอยู่ที่ 15.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2555 โดยสาเหตุไม่ได้อยู่ที่จำนวนคนจนเพิ่มขึ้น หรือผลผลิตข้าวในประเทศน้อยลง แต่มาจากข้าวในตลาดโลกราคาแพงขึ้น
ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลอินโดนีเซียสามารถทำเพื่อยุติภัยคุกคามทางอาหาร และเสริมความมั่นคงของการบริโภคข้าวภายในประเทศ จึงอยู่ที่การเพิ่มความหลากหลายทางอาหารให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของแต่ละประเทศ







