posttoday
การค้าความ Apple กับ Samsung แต่ละประเภท

การค้าความ Apple กับ Samsung แต่ละประเภท

17 ตุลาคม 2555

ท่านผู้อ่านได้อ่านคำตัดสินของศาลสหรัฐ หรือที่จริงก็ลูกขุนของสหรัฐไปแล้วในเรื่องที่ Apple ฟ้อง Samsung ว่าลอกเลียนแบบของ Apple

โดย...พวงรัตน์ อัสวพิสิษฐื

ท่านผู้อ่านได้อ่านคำตัดสินของศาลสหรัฐ หรือที่จริงก็ลูกขุนของสหรัฐไปแล้วในเรื่องที่ Apple ฟ้อง Samsung ว่าลอกเลียนแบบของ Apple และละเมิดสิทธิบัตรหลายๆ ฉบับของ Apple ซึ่งเรียกได้อย่างเต็มปากว่า ลูกขุนในศาลสหรัฐตัดสินให้ Apple เป็นฝ่ายชนะ Samsung ในเกือบจะทุกประเด็น และให้ Samsung จ่ายค่าเสียหายให้ Apple ถึงประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 40% ของค่าเสียหายที่ Apple เรียกร้องจาก Samsung ผ่านศาลสหรัฐ ซึ่งแน่นอนว่า Samsung จะไม่ยอมและกำลังดำเนินการอุทธรณ์ต่อไป

ส่วน Apple ก็อุทธรณ์เรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมอีก 707 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่การอุทธรณ์เรียกค่าเสียหายเพิ่มของ Apple นี้ ไม่ทราบว่าเป็นเพียงชั้นเชิงทางกฎหมายเพียงอย่างเดียวหรือไม่ ถ้าพูดภาษานักเจรจาก็คือ เพื่อให้มีข้อต่อรองไว้ในกระเป๋า เพราะ Apple น่าจะพอใจกับค่าเสียหายที่ศาลสหรัฐตัดสินให้แล้ว ถ้าเทียบกับศาลในประเทศอื่นๆ เช่น สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งผู้เขียนจะได้เล่าให้ฟังต่อไป ถึงแม้ว่าความเสียหายนั้นจะลดลงไปจากที่ Apple เรียกร้องที่ 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ Apple ได้แค่ประมาณ 40% ของที่เรียกไปก็ตาม

นอกจากนี้ ท่านผู้อ่านยังได้อ่านการวิพากษ์วิจารณ์จากแฟนพันธุ์แท้ของทั้งฝ่าย Apple และ Samsung กันไปต่างๆ นานาอีกด้วย เช่นว่า ที่ Samsung แพ้เพราะเป็นศาลสหรัฐ ศาลญี่ปุ่นก็ให้ Samsung ชนะ เป็นต้น ซึ่งผู้เขียนก็เลยเห็นว่าน่าจะต้องไปค้นคว้ามาก่อนว่ามีการตัดสินให้ Apple แพ้ทุกประเด็น หรือบางประเด็น และรายละเอียดเป็นอย่างไรกันแน่ แต่ก่อนที่จะไปถึงศาลญี่ปุ่นซึ่งดูจะหาข้อมูลในรายละเอียดได้ยากมาก ก็ลองมาดูศาลสาธารณรัฐเกาหลีดูก่อน เพราะ Apple ก็ไปยื่นฟ้อง Samsung ที่ศาลสาธารณรัฐเกาหลีเหมือนกัน เรียกว่าเหยียบจมูกเสือกันเลยทีเดียว ซึ่งผลปรากฏว่า ศาลสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งต่อไปนี้จะขอเรียกสั้นๆ ว่า ศาลเกาหลี ตัดสินออกมาให้ Apple กับ Samsung มีทั้งแพ้ชนะกันไป เล่นเอานักวิเคราะห์เรื่องนี้นั่งตาปริบๆ ไม่รู้ว่าจะวิเคราะห์ว่าฝ่ายไหนแพ้หรือชนะกันดี

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาของเกาหลีนั้นน่าจะคล้ายๆ กับศาลไทย คือ ไม่ได้ใช้คณะลูกขุนเป็นคนตัดสิน แต่ประกอบด้วยผู้พิพากษา 3 คนเป็นองค์คณะ ซึ่งในเรื่องที่ Apple ฟ้อง Samsung และ Samsung ฟ้องกลับ Apple นี้ ท่านผู้อ่านคงจำได้ว่า ในฉบับที่แล้วลูกขุนสหรัฐตัดสินให้คำฟ้องของ Samsung ตกไป Apple ไม่ผิด แต่ที่ศาลเกาหลีนี้ องค์คณะผู้พิพากษา 3 ท่านตัดสินว่า Apple ละเมิดสิทธิของ Samsung 2 สิทธิบัตร คือ iPhone 3GS และ iPhone รวมทั้ง iPad โดยเฉพาะในเทคโนโลยี Wifi และ Samsung ละเมิดสิทธิบัตรของ Apple 1 สิทธิบัตร คือ สิทธิบัตร Bounce Back (ซึ่งผู้เขียนคงไม่ต้องอธิบายเรื่องนี้ซ้ำอีก) แต่ไม่ละเมิดสิทธิบัตรออกแบบ Icon ต่างๆ ที่ปรากฏบนหน้าจอ

นอกจากนี้ ศาลเกาหลียังมีคำสั่งให้ Apple จ่ายค่าชดเชยแก่ Samsung ที่ไปละเมิดสิทธิบัตรของ Samsung สิทธิบัตรละ 17,650 ล้านเหรียญสหรัฐ และสั่งให้ Samsung จ่ายค่าชดเชยแก่ Apple ที่ไปละเมิดสิทธิบัตรของ Apple เป็นเงิน 2.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2527% ของค่าเสียหายที่ต่างฝ่ายต่างเรียกกัน และศาลเกาหลียังมีคำสั่งห้ามขายสินค้าที่ต่างฝ่ายต่างละเมิดกันในท้องตลาด คือ iPhone 4 และ iPad 2 ของ Apple และ Galaxy S11 และ Galaxy Nexus ที่เป็นสมาร์ตโฟนของ Samsung รวมถึง Galaxy Tab กับ Galaxy 10.1 ที่เป็นแท็บเล็ตของ Samsung ด้วย ซึ่งทั้ง Apple และ Samsung น่าจะยังไม่ยอมหยุดอยู่แค่นี้ แต่คงจะอุทธรณ์กันต่อไป

อย่างไรก็ตาม การที่ศาลเกาหลีสั่งห้ามขาย iPhone 4 และ iPad 2 ของ Apple และ Galaxy S11 และ Galaxy Nexus รวมถึง Galaxy S Tab และ 10.1 ของ Samsung ในตลาดเกาหลีนั้น ไม่มีผลกระทบต่อสินค้ารุ่นใหม่ๆ ของทั้ง iPhone และ Samsung เนื่องจากข้อพิพาทเป็นเรื่องการทะเลาะกันของทั้งสองบริษัทในรุ่นเก่าๆ ที่วางตลาดไปแล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะเป็น iPad รุ่นหลังๆ iPhone 4S และ iPhone 5 ที่เพิ่งจะวางตลาดในสหรัฐ และกำลังจะมาวางตลาดในเอเชีย หรือ Samsung Galaxy S3 จึงไม่ได้รับผลกระทบ

แน่นอนว่า คำตัดสินของศาลเกาหลีไม่โดนวิพากษ์วิจารณ์มากนักในเกาหลี ต่างกับที่ลูกขุนสหรัฐถูกวิจารณ์มากมายเมื่อผลการตัดสินในสหรัฐออกมา โดยเฉพาะการถูกกล่าวหาว่าเป็นลัทธิปกป้องของชาวอเมริกัน (Protectionism) และฝ่าย Samsung ก็ทราบตั้งแต่ในมุ้งแล้วว่า Apple จะชนะ จึงมีการเตรียมยื่นอุทธรณ์ตั้งแต่เนิ่นๆ บางข้อวิจารณ์ก็ดูค่อนข้างรุนแรง เช่น การกล่าวหาว่าเป็นจุดอ่อนของระบบกฎหมายสหรัฐ ที่เอาแม่บ้าน คนว่างงาน วิศวกร และพนักงานออฟฟิศทั่วๆ ไปในเขตอาณา (ในที่นี่คือใกล้ๆ บริษัทใหญ่ของ Apple) มาเป็นคณะลูกขุนตัดสินเรื่องที่เป็นไอที (IT) คำถามคือถูกต้องหรือไม่ ที่เอาบุคคลเหล่านี้มาตัดสินเรื่องสิทธิบัตร ซึ่งเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก มีความสลับซับซ้อนทางเทคนิค บางข้อวิจารณ์ก็ถึงกับจะไม่ซื้อสินค้าของ Apple อีกต่อไป

คราวหน้าคงต้องมาดูคำตัดสินของศาลประเทศอื่นอีกว่ามีรายละเอียดบ้างหรือไม่ อย่างไร

 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน