
ฟันโกงจำนำข้าวโคราชมูลค่ากว่า 200 ล้าน
ตำรวจภูธรภาค 3 ฟันทุจริตจำนำข้าวที่โคราช มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท ส่วน บุรีรัมย์พบสวมสิทธิ์ 640 ราย
ตำรวจภูธรภาค 3 ฟันทุจริตจำนำข้าวที่โคราช มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท ส่วน บุรีรัมย์พบสวมสิทธิ์ 640 ราย
พล.ต.ต.จักรทิพย์ โหละสุตสกุล รอง ผบช.ตร.ภ.3 ประธานการตรวจสอบการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการสวมสิทธิ์ข้าว กล่าวถึงการตรวจสอบความไม่ชอบพามากลการทุจริตข้าวว่า ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 ทั้ง 8 จังหวัด คือ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ ยโสธรและอุบลราชธานี โดยตำรวจมีการดำเนินคดี จำนวน 2 ราย ที่ จ.นครราชสีมา พื้นที่ สภ.จอหอ ข้าวที่รับจำนำมาได้ขาดหายไปกว่าหมื่นตันมูลค่าประมาณกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งตำรวจ สภ.จอหอได้ดำเนินคดีโรงสีธัญญรุ่งเรืองชัย (ประเทศไทย) จำกัด ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมาโดยทำสำนวนสรุปสั่งฟ้องไปยังอัยการจังหวัดแล้ว
ทั้งนี้มีการฟ้อง 3 ราย แยกเป็นตัวของโรงสีนิติบุคคล 1 และกรรมการผู้จัดการ 2 คน คดีนี้เป็นเรื่องโรงสียักยอก เป็นการยักย้ายถ่ายเท โดยเอาข้าวที่รับจำนำไปไว้ที่อื่น ไม่อยู่ในจุดที่โกงดังที่รับจำนำ โดยกรรมการผู้จัดการอ้างว่านำไปสีข้าวที่โกดังอื่น ตำรวจจึงต้องดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว โดยการสอบสวนยังไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ตำรวจจะต้องดำเนินสอบสวนขยายผลต่อไป ส่วนอีกรายในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ มีการสวมสิทธิ์ใช้ชื่อของเกษตรเข้าไปขออกใบประทวน แต่ไม่สามารถออกได้ โดยมีการแจ้งความร้องทุกข์ในพื้นที่ สภ.หนองกี่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน ซึ่งเป็นการสวมสิทธิ์ชื่อของเกษตรจำนวน 460 ราย การสอบสวนตนได้สั่งการให้ทำให้เร็วที่สุด คาดว่าภายในเดือนตุลาคม 2555 จะแล้วเสร็จ ส่วน จ.ชัยภูมิ มีการร้องเรียนเข้ามา แต่ตรวจสอบแล้วยังไม่พบการกระทำผิด หรือมีหลักฐานที่ชัดเจน ซึ่งส่วนใหญ่ลักษณะการกระก็คล้ายๆกัน อย่างอื่นยังไม่ปรากฏ
พลต.ต.จักรทิพย์ กล่าวอีกว่า สำหรับข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมีการลักลอบนำเข้ามาเพื่อมาสวมสิทธิ์ตำรวจได้กวดขันอย่างเข้มข้นแล้ว โดยเข้มงวดกวดขันตามเส้นทางที่อาจจะมีการนำข้าวเข้ามาจนถึงขณะนี้ยังไม่พบการกระทำผิด แต่ให้เฝ้าสังเกตการณ์เพื่อป้องปรามไว้แล้ว ส่วนตัวเกษตรกรอาจจะมีบ้างที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์บางคนที่อาจจะได้รับการว่าจ้างที่เห็นแก่เงินเล็กๆน้อยๆ เราพยายามกวดขันดูแลอยู่ ดังนั้นเรื่องการุจริตรับจำนำข้าวอยากจะฝากไปยังประชาชน โดยเฉพาะตัวเกษตรกร ประการแรกต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต ท่านมีพื้นที่มีปริมาณข้าวเท่าไหร่แจ้งไปเท่านั้น อย่าไปรับจ้างหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้ชื่อของตนเองไปขอออกใบประทานเพื่อให้ได้เงินมากๆ มันจะทำให้เกิดความเสียหายกับภาพรวมทั้งระบบ และจะเสียชื่อเสียงด้วย







