
สว.อัดดีเอสไอทำคดีชุดดำล่าช้า
สว.อัด ดีเอสไอทำคดีกระจายล่าช้า แยะสอบสวนคดีการชุมนุมกระจัดกระจายทั้งที่ควรรวมข้อเท็จจริงเป็นเรื่องเดียว
สว.อัด ดีเอสไอทำคดีกระจายล่าช้า แยะสอบสวนคดีการชุมนุมกระจัดกระจายทั้งที่ควรรวมข้อเท็จจริงเป็นเรื่องเดียว
พล.อ.เลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์ สว.สรรหา กล่าวระหว่างการประชุมวุฒิสภาว่า การดำเนินคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เกี่ยวกับการสอบสวนคดีการชุมนุมในช่วงสถานการณ์ปี 2552-2553 พบว่าทำกระจัดกระจายเป็นเรื่องๆไป ทั้งที่น่าจะรวบรวมข้อเท็จจริงมาไว้เป็นเรื่องเดียวกัน ส่งผลให้กระบวนการพิจารณาของดีเอสไอในบางสำนวนเปลี่ยนแปลงไป เช่น คดีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเรียบร้อยกลายเป็นผู้ได้รับความคุ้มครองจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐ และเจ้าหน้าที่รัฐเหมือนเป็นผู้ประกอบอาชญากรรม
พล.อ.เลิศฤทธิ์ กล่าวว่า ดังนั้นวิธีการของดีเอสไอลักษณะนี้จะทำให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างล่าช้าและไม่ยุติธรรม จึงฝากไปยังนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ ช่วยสั่งการให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการกลุ่มนี้ให้แล้วเสร็จโดยเร็วไม่ดำเนินคดีแบบกระจัดกระจายแบบปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อลดความขัดแย้งในสังคม
น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สว.เพชรบุรี กล่าวว่า ในอดีตดีเอสไอทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม แต่น่าเสียดาย วันนี้ดีเอสไอได้กลายเป็นเครื่องมือของรัฐบาล ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนก็ล้วนแต่ใช้กรมนี้เป็นเครื่องมือ เพราะรัฐบาลควบคุมโดยตรง อย่างไรก็ตามถ้าผู้บริหาร อธิบดี มีคุณธรรม ใช้ระบบในการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม เป็นกลาง ใช้ระบบคุณธรรมมากกว่าอุปถัมภ์ ความน่าเชื่อถือของดีเอสไอก็จะยังมีอยู่
นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ขอฝากไปยังนายกฯ รมว.ยุติธรรม กรรมการคดีพิเศษของกรมสอบสวนคดีพิเศษว่าทำไมไม่เร่งดำเนินคดีเกี่ยวชายชุดดำทั้งที่มีผู้ต้องหาหลายคนที่จับกุมได้ก็ยอมรับและสารภาพ อย่างเช่น นายสุรชัย หรือ หรั่ง เทวารักษ์ คนสนิทของพล.อ.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ที่ยอมรับว่าเคยใช้เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม79 ยิงใส่สถานที่ต่างๆ และอีกหลายคนที่ดีเอสไอจับกุมและรับสารภาพ รวมทั้งหลบหนีการจับกุม แต่เหตุใดดีเอสไอจึงไม่ขยายความ
นายสมชาย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังไม่สอบสวนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง คือ แกนนำที่อยู่ในรัฐบาลขณะนี้ ว่าบุคคลเหล่านี้ล้วนมีส่วนสัมพันธ์หรือไม่อย่างไรในการปฏิบัติการของชายชุดดำ ขอให้ดีเอสไอได้ทำหน้าที่อย่างเป็นธรรม







